www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

THAILAND BIG DATA โลกเปิด เราปรับ ประเทศเปลี่ยน Digital Thailand Big Bang 2018

THAILAND BIG DATA โลกเปิด เราปรับ ประเทศเปลี่ยน Digital Thailand Big Bang 2018
September 26
16:41 2018

“งาน ดิจิทัล ไทยแลนด์ บิ๊กแบง 2018 กับบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม เป็นทั้งตัวเร่งการขับเคลื่อนประเทศตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และเป็นเครื่องมือพลิกโฉมประเทศไทยตามแนวทางของ Digital Transformation เพื่อให้ไทยหลุดพ้นจากกับดักทางเศรษฐกิจ และการสร้างรายได้ให้ประชาชนสูงขึ้น”

ประสบความสำเร็จอย่างงดงามกับงาน “ดิจิทัล ไทยแลนด์ บิ๊กแบง 2018” เมื่อโลกขานรับกับงานมหกรรมดิจิทัลระดับนานาชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้งานนี้ ด้วยสถิติยอดผู้เข้าชมงานอย่างล้นหลามกว่า410,000 คน เกิดการรับรู้ของนานาชาติมากกว่า 40 ประเทศ พร้อมกองทัพสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศให้ความสนใจเข้าร่วมงานกว่า 700 ราย กับคลังความรู้ด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลระดับโลกกว่า 100 เรื่อง

HPE1 662x190

โดยสุดยอดกูรูชื่อดังด้านดิจิทัลกว่า 200 คน จาก 12 ประเทศทั่วโลก ที่สามารถรับชมย้อนหลังได้ผ่านทางเฟสบุคไลฟ์ คาดยอดการเข้าถึงบนโลกออนไลน์กว่า 10 ล้านคนจนถึงสิ้นปีตั้งธงปีหน้าไทยเป็นแชร์แมนด้านดิจิทัลของอาเซียน ยกระดับงานบิ๊กแบงขึ้นอีกขั้นสู่ ASEAN Connectivity พร้อมผลักดันไทยเปิดประตูสู่ประเทศนอกอาเซียนร่วมกัน

ความสำเร็จของงาน Digital Thailand Big Bang 2018 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ภายใต้แนวคิด “THAILAND BIG DATA:โลกเปิด เราปรับ ประเทศเปลี่ยน” จัดโดย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมโดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ระหว่างวันที่ 19-23 กันยายน 2561 ณ อาคารชาเลนเจอร์1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ว่าเป็นการจัดงานมหกรรมดิจิทัลระดับนานาชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้รับกระแสตอบรับอย่างดี มีผู้เข้าชมงานเป็นจำนวนมากทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สตาร์ทอัพ เอสเอ็มอี ผู้ประกอบการ นักลงทุน นักเรียน นักศึกษาและประชาชนคนไทยและต่างชาติ

ตลอด 5 วันของการจัดงานมีผู้เข้าชมงานล้นหลามกว่า 355,000 คน เมื่อรวมกับยอดผู้เข้าชมงาน Digital Thailand Big Bang Regional 2018 ที่ depaได้ไปจัดสัญจรใน 4 ภูมิภาคของประเทศในเมืองใหญ่ ได้แก่ จังหวัดขอนแก่น เชียงใหม่ สงขลา และระยอง ช่วงเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม 2561 อีก 61,089 คน ทำให้ยอดผู้เข้าชมงานรวมทั้งสิ้นประมาณ 410,000 คน ซึ่งยังไม่รวมยอดผู้ที่เข้ามาชมงานผ่านการถ่ายทอดสด และรับชมย้อนหลังผ่านทางเฟซบุ๊กไลฟ์ได้อีก คาดว่าจะมียอดเข้าถึงบนโลกออนไลน์กว่า 10 ล้านคน จนถึงสิ้นปี

3ดิจิทัล ไทยแลนด์ บิ๊กแบง 2018 ไม่เพียงเป็นเวทีที่ประเทศไทยได้ประกาศศักยภาพในการเป็นผู้นำเทคโนโลยีดิจิทัลในภูมิภาคอาเซียน แต่ยังเป็นเวทีที่สร้างแรงบันดาลใจ สร้างโอกาส สร้างการเรียนรู้-ต่อยอด-ขยายผล เพื่อก้าวไปสู่การเป็นประเทศที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ เกิดผลงานนวัตกรรม ไอเดียสร้างสรรค์ต่างๆ มากมาย รวมทั้งเกิดความร่วมมือต่างๆ มากมาย อาทิ

1.การได้รับรางวัลโครงการเมืองอัจฉริยะยอดเยี่ยมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ภายใต้ชื่อรางวัล IDC Smart City Asia Pacific (SCAPA) ประจำปี 2561 โดยโครงการ “ขอนแก่นสมาร์ทเฮลธ์” ได้รับรางวัลชนะเลิศโครงการด้านสาธารณสุขและการบริการสังคมดีเด่น ส่วนโครงการ “ภูเก็ตสมาร์ททัวริซึม” ได้รับรางวัลชนะเลิศโครงการด้านการท่องเที่ยว ศิลปะ วัฒนธรรม หอสมุดและพื้นที่สาธารณะดีเด่น แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของไทยในการก้าวสู่การเป็นผู้นำของภูมิภาค
2.การเกิดเครือข่ายความร่วมมือกับต่างประเทศในการเปิดศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจดิจิทัลเริ่มต้นไทย-จีน(China-Thailand Digital Incubator) ระหว่าง depaกับบริษัท ทัสโฮลดิ้งส์ จำกัด และทัสสตาร์ซึ่งเป็นเครือข่ายหน่วยบ่มเพาะธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในสาธารณรัฐประชาชนจีนเพื่อปั้นสตาร์ทอัพข้ามชาติ
3.การประกาศความร่วมมือในด้านดิจิทัล เพื่อร่วมกันพลิกโฉมประเทศสู่ยุค 4.0 ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนทั้งไทยและต่างประเทศ จำนวน 25 ฉบับ
4.ความร่วมมือด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการให้เกิดการพัฒนาเมืองอัจฉริยะทั้ง 77 จังหวัด ภายใน 5 ปี ซึ่งdepaร่วมมือกับภาคเอกชน 17 แห่งขับเคลื่อนแผนงานนี้
5.ความร่วมมือในการพัฒนาคนพันธุ์ดิจิทัล ให้มีทักษะการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21 ในกลุ่มเยาวชน คนรุ่นใหม่ผ่านโครงการ Coding Thailandไม่น้อยกว่า62,000 คน
6.การเปิดพื้นที่ในการจุดประกาย สร้างแรงบันดาลใจ และสร้างโอกาสให้แก่เยาวชน คนรุ่นใหม่ ตลอดจนผู้ประกอบการ สตาร์ทอัพ ได้เรียนรู้ ฝึกฝนทักษะด้านเทคโนโลยีดิจิทัล สู่การต่อยอดความคิดเป็นนวัตกรรมดิจิทัล ผ่านกิจกรรมต่างๆ อาทิ โครงการ Coding Thailand, การแข่งขันโดรนมิชชั่น การแข่งโดรนเรซซิ่ง และการแข่งขันสิ่งประดิษฐ์นวัตกรรมและเทคโนโลยีประเภท IoT
7.การเปิดเวทีเพื่อเรียนรู้มุมมองความคิด ประสบการณ์จากสุดยอดกูรูชื่อดังด้านดิจิทัลกว่า 200 คน จาก 12 ประเทศทั่วโลก ที่มาให้ความรู้ แนวคิดในการสร้างสรรค์เทคโนโลยีเพื่อการก้าวสู่โลกแห่งอนาคต ตลอดจนแลกเปลี่ยนประสบการณ์ กับหัวข้อเจาะลึกเพื่อการก้าวสู่ยุคดิจิทัล4.0 กว่า 100 หัวข้อ
8.การสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ด้านดิจิทัลให้เกิดขึ้นแก่สังคมไทย

รัฐมนตรีดีอี วางหลักชัยการพัฒนาประเทศ
ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวปาฐกถาหัวข้อ “การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล” ในงาน Digital Thailand 2018มีเนื้อหาที่น่าสนใจหลายประการ ที่สามารถวางเป็นหลักชัยของการพัฒนาประเทศ

รัฐมนตรีระบุว่า “อนาคตดิจิทัลของประเทศไทย อยู่ที่ทุกคนร่วมกันพัฒนาเพื่อนำพาชาติหลุดพ้นจากประเทศรายได้ปานกลางสู่ประเทศรายได้สูง สิ่งสำคัญที่จะไปสู่เป้าหมายได้นั้น และเนื่องจากดิจิทัลเข้าไปมีบทบาทในทุกมิติและมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สิ่งที่ต้องพัฒนาควบคู่กันไปคือการพัฒนากำลังคนเพื่อเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 อย่างเป็นรูปธรรม

กระทรวงดิจิทัลกำลังผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติ ไม่เพียงแต่ภาครัฐเท่านั้น แต่ภาคเอกชนก็ต้องเข้ามาช่วยกันเพื่อเสริมกำลังกันให้มีการใช้ดิจิทัลกันอย่างแพร่หลาย วันนี้ประเทศไทยมีอัตราการจดทะเบียนโทรศัพท์มือถือ 160% ของจำนวนประชากร ดังนั้นการกระจายโอกาสในการใช้เทคโนโลยีจึงไม่ใช่ปัญหา แต่การใช้ประโยชน์จากมันต่างหากที่เป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึง และแม้ว่าแรงงานไทยจะได้รับคำชมเชยว่าทำงานเก่งก็ตามแต่เริ่มสู้เทคโนโลยีไม่ไหว จึงต้องมีการอัพเกรดแรงงานไปสู่แรงงานระดับสูง เพื่อทำงานควบคู่เท่าทันไปกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วได้

2
4

เตรียมสร้างคนดิจิทัล
“เรื่องคนสลับซับซ้อน กระทรวงดิจิทัลฯ กำลังทำงานกระจายการศึกษา เพื่อเสริมการบริหารจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ วันนี้เด็กของเราเข้าถึงเทคโนโลยีโดยเฉพาะมือถือที่สามารถเข้าถึงได้ตลอดเวลา ถ้าเราใช้มือถือเป็นอาวุธ สามารถเข้าถึงผู้เรียน 24 ชั่วโมง ต่อวัน 7 วันต่อสัปดาห์ มือถือคืออาวุธ ที่เราจะสามารถหาสิ่งที่ดีที่สุดใส่เข้าไป เพื่อให้ผู้เรียนรู้ได้ของที่ดีที่สุดในโลก

วันนี้ วิธีการเรียนรู้ การศึกษาเราเปลี่ยนไป เด็กๆ ช่วยตัวเองมากขึ้น เด็กมีมือถือเป็นห้องสมุด ถูกบ้างผิดบ้าง หากมีการจัดระเบียบอย่างเป็นระบบ เด็กจะได้สิ่งที่ดีที่สุด ซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก เพราะมันไม่มีวันหยุด ไม่เคยปิดห้องเรียน ไม่เคยปิดเครื่อง ไม่ว่าเด็กจะอยู่ชายแดนบนเขา หรืออยู่สยามสแควร์ ก็สามารถเรียนรู้ได้เหมือนกัน มือถือจะสร้างโอกาสพัฒนาคนให้กับประเทศไทย ซึ่งวันนี้สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจทัล ได้ดำเนินโครงการ Coding Thailand ที่ได้ดำเนินการในลักษณะนี้อยู่แล้ว ซึ่งถือเป็นต้นแบบที่เป็นโมเดลด้านการศึกษาใน ศตวรรษที่ 21 เป็นอย่างดี ” รมว.ดิจิทัลฯ กล่าว

พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโลกกับไทย
ดร.พิเชฐ กล่าวต่อว่า กระทรวงดิจิทัลฯ เร่งผลักดันให้เกิดโครงสร้างพื้นฐาน ที่ดำเนินการไปแล้วก็มาก เช่น โครงการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ครอบคลุม 75,000 หมู่บ้านทั่วประเทศ ขณะนี้ดำเนินการไปแล้ว 50,000 หมู่บ้าน คาดว่าไม่เกินกลางปีหน้าก็จะครอบคลุมทั่วประเทศ รวมไปถึงโครงการเน็ตประชารัฐ ที่ขณะนี้มีประชาชนมาลงทะเบียนแล้วกว่า 4 ล้านคน และเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และมีการฝึกอบรมเพื่อให้ประชาชนได้ช่วยเหลือตัวเองได้ ทั้งการค้าขายออนไลน์บนช่องทางโซเชียลมีเดีย หรือเว็บไซต์ ในช่องทางที่รัฐบาลให้การสนับสนุน

นอกจากนี้การเชื่อมประเทศไทยเข้ากับโลก ก็กำลังดำเนินไปด้วยดี ทั้งโครงการเคเบิลในมหาสมุทรที่มีเส้นทางผ่านประเทศไทย เราก็เพิ่มความจุให้มากขึ้นเพื่อเชื่อมโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งในภาคพื้นยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฮ่องกง ฯลฯ และในปี 2562 ประเทศไทยจะเป็นประธานดิจิทัลของอาเซียน เราจะใช้โอกาสนี้ในการเชื่อมโยง ฝึกอบรม และการเปิดช่องทางเพื่อให้ภูมิภาคนี้มีความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน แบบไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

5
6

สมาร์ทซิตี้สมาร์ทคันทรี่
นอกจากนี้ยังใช้ดิจิทัลในการพัฒนาสมาร์ทซิตี้เป้าหมายคือทุกจังหวัดทั่วประเทศโดยกำหนดจุดแข็งของแต่ละจังหวัด เช่น สมาร์ทด้านการเกษตร ท่องเที่ยว การคมนาคม ฯลฯ ซึ่งดีป้าได้ดำเนินการเรื่องนี้อยู่ รวมถึงการก่อสร้างสถาบันไอโอทีที่จะเริ่มดำเนินการในต้นปีหน้า ในพื้นที่ อีอีซี อ.ศรีราชา จังหวัด ชลบุรี ซึ่งต้องเร่งดำเนินการเพราะเป็นเรื่องสำคัญมาก

“ดิจิทัลเปลี่ยนแปลงเร็วมาก แต่ก็มีสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการควบคู่กันไปคือ กฎหมายที่จะเข้ามาคุ้มครอง ปกป้อง ทั้งข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดิน ข้อมูลทางธุรกิจ การธุรกรรม เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจแบบไร้รอยต่อ และกำลังล้อมรั้วเพื่อปกป้องข้อมูลที่สำคัญ เราเร่งพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง วันนี้ จนได้รับการจัดอันดับการใช้ดิจิทัลจากธนาคารโลกให้อยู่ที่ในอันดับ26จาก 46 เมื่อปีที่ผ่านมา” ดร.พิเชฐ กล่าว

รมว.ดิจิทัล กล่าวว่า เป้าหมายของการพัฒนาดิจิทัลแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง ต้นทางคือเรามีธรรมาภิบาลข้อมูล คือผู้ใช้ข้อมูลรู้ว่าจะรักษาความเป็นส่วนตัว จัดระบบ รักษาความลับ หรือจะแชร์ข้อมูลอะไรอย่างไร กลางทางคือ กระทรวงดิจิทัลฯ ได้จัดทีมดาต้าไซแอนทิส และดาต้าเอนจิเนีย เพื่อให้บริการกับภาครัฐทั้งหลายในด้านข้อมูล โดยเดือนตุลาคม จะเปิดบริการให้คำปรึกษาฟรี ส่วนปลายทางคือ สังคมไร้เงินสด และไร้เอกสาร ต่อไป บัตรประชาชนใบเดียว ใช้ได้ทั้งหมดในรูปแบบ one stop service

ดร.พิเชฐ กล่าวในตอนท้ายว่า “รัฐบาลไม่ทิ้งประชาชน ไม่ทิ้งเพื่อนบ้าน ไม่ทิ้งตัวเองให้เสียเวลาไปเปล่าประโยชน์ ประเทศไทยจะเจริญอย่างแน่นอนหากทุกคนร่วมมือกัน เพื่อลูกหลานจะได้มีโอกาสเป็นตัวของตัวเอง มั่นใจในสังคมที่ปลอดภัย มีภราดรภาพสูง คิดในเชิงพัฒนาและไม่คิดแบบสร้างปัญหาเหมือนในอดีต”

ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์สร้างแรงกระตุ้นวงการดิจิทัลทั่วประเทศ
ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)กล่าวถึงความสำเร็จของงานดิจิทัล ไทยแลนด์ บิ๊กแบง 2018ว่า นอกจากเกิดกระแสตื่นตัวเรื่องดิจิทัลไปในวงกว้างทั่วประเทศแล้ว ยังก่อให้เกิดผลกระทบต่อมิติต่างๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษาและวัฒนธรรม อาทิ เกิดเม็ดเงินลงทุนระหว่างการจัดงานกว่า 500 ล้านบาท จากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมออกบูธกว่า 480 ราย

เกิดการจับคู่ทางธุรกิจระหว่างสตาร์ทอัพและผู้ประกอบการกว่า 100 รายเกิดโอกาสทางการศึกษาด้านดิจิทัลให้แก่เยาวชนใน 3 ระบบใหญ่ coding education, software learning and hardware learning ซึ่งบุคลากรเหล่านี้ถือเป็นคนรุ่นใหม่ที่จะกลายเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศโดยใช้ดิจิทัล

เกิดการเข้าถึงการบริการของประชาชนผ่าน digital service ในหลากหลายสาขาเช่น บริการทางการแพทย์ บริการทางการเงิน บริการทางการค้า บริการด้านข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ เป็นต้น ตลอดจนเกิดการรับรู้ของนานาชาติต่อบทบาทและทิศทางของประเทศมากกว่า 40 ประเทศซึ่งจะส่งผลต่อภาพพจน์ของไทยที่ดีในเวทีโลกต่อไป ยิ่งไปกว่านั้นยังเกิดความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลในหลายเรื่อง ได้แก่ digital startup, smart city, digital manpower, digital community, data analytics และ digital education system

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

BannerWeb_CIOworld_1

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget

Categories

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com