www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

สูงวัยยุคดิจิทัล สุขภาพดี สังคมดี เศรษฐกิจดี

สูงวัยยุคดิจิทัล สุขภาพดี สังคมดี เศรษฐกิจดี
May 14
07:26 2020

“สัมภาษณ์พิเศษ ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) กับมุมมองและแผนการส่งเสริมนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ทั้งสุขภาพ เศรษฐกิจและสังคมเดินหน้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลพร้อมๆ กัน”

ตามข้อมูล การคาดประมาณประชากรของ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในปี พ.ศ. 2564 ประเทศไทยจะเข้าสู่ สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Complete aged society)เมื่อประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มีสัดส่วนร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด และในปี พ.ศ.2574ประเทศไทยจะเข้าสู่ สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super aged society) เมื่อประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 28 ของประชากรทั้งหมด

ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้วและกำลังก้าวสู่สังคมที่มีผู้สูงอายุในสัดส่วนที่สูงขึ้นเรื่อยๆ จำเป็นอย่างยิ่งที่สังคมต้องปรับทัศนคติและค่านิยมเกี่ยวกับผู้สูงอายุ เพราะแท้จริงแล้วผู้สูงอายุยังคงเป็นกลุ่มที่มีคุณค่า มีความรู้ ความสามารถทำงานต่อได้

ขณะที่เทคโนโลยีดิจิทัลก้าวไปข้างหน้าทุกวัน ประเด็นที่สำคัญคือ การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุให้สมบูรณ์ในทุกๆ มิติของการใช้ชีวิต ทั้ง สุขภาพ กิจกรรมทางสังคม รวมถึงการสร้างรายได้จะเกิดขึ้นได้อย่างไรโดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลเหล่านั้นเป็นส่วนเชื่อมผู้สูงอายุเข้าหากัน และเชื่อมไปสู่ความจำเป็นด้านอื่นในชีวิต

คุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุในยุคดิจิทัล

ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) หนึ่งในหน่วยงานสำคัญที่ขับเคลื่อนชุมชนสู่สังคมดิจิทัลโดยการประยุกต์ใช้ดิจิทัล ลดความเหลื่อมล้ำของกลุ่มผู้สูงอายุในการเข้าถึงบริการดิจิทัลให้ความเห็นว่า

ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า)

“ผู้สูงอายุในยุคดิจิทัลนั้น นอกเหนือจากความแตกต่างทางกายภาพที่ต้องการเอาใจใส่เรื่องการดูแลสุขภาพเป็นพิเศษแล้ว พวกเขามีความต้องการพื้นฐานที่ไม่ต่างจากคนวัยอื่น”

“คนวัยนี้ยังต้องการสังคมหรือมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นๆรวมถึงการสร้างรายได้ สร้างอาชีพตามความเหมาะสมของวัยและประสบการณ์มีรูปแบบการใช้ชีวิตที่มีคุณภาพ เกิดประโยชน์กับชุมชน สังคม”

“โดยเฉพาะในสังคมดิจิทัลคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุในยุคนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีสุขภาพที่ดี มีกิจกรรมที่สอดคล้องเหมาะสม มีพื้นที่ให้ถ่ายทอดองค์ความรู้หรือแลกเปลี่ยนกันตลอดจนความสามารถในการสร้างรายได้ บนพื้นฐานของการใช้งานเทคโนโลยีอย่างรู้เท่าทัน และการเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์”

โซ่ข้อกลาง การพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ

มีหลายหน่วยงานในประเทศทำงานเสริมกันเพื่อช่วยขับเคลื่อนพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุให้ดีขึ้น ซึ่งแต่ละหน่วยงานก็มีบทบาทที่แตกต่างตามลักษณะของหน่วยงานนั้นๆ ยกตัวอย่าง เรื่องสุขภาพ เรื่องทางสังคม หรือเรื่องปากท้อง

“ดีป้าถือว่าเป็นโซ่ข้อกลาง ที่ทำหน้าที่เชื่อมระหว่าง ความต้องการของกลุ่มผู้สูงอายุ บริการและฐานข้อมูลภาครัฐเข้ากับบริการดิจิทัลในรูปแบบต่างๆ ทั้งซอฟต์แวร์และแอพพลิเคชั่นมือถือ จากนักพัฒนาซึ่งเปิดกว้างทั้งระดับเริ่มธุรกิจ Startup หรือจากองค์กรขนาดใหญ่ เพื่อนำบริการดิจิทัลเข้ามาช่วยเหลือเราทำหน้าที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลไปสู่ประชาชน เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตของคนให้ดีขึ้น”

“เมื่อนำเอาคำว่า การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุเป็นตัวตั้ง เราก็จะมีโจทย์ของการพัฒนาบริการดิจิทัลในหลายๆ ประการ เช่น เรื่องการแพทย์ การสร้างอาชีพ หรือการสร้างสังคมของผู้สูงอายุ ทุกอย่างจะได้รับการคิดและสร้างขึ้น เกิดการส่งเสริมพัฒนานวัตกรรมส่งเสริมธุรกิจ Startup ในรูปแบบการจับคู่ทางธุรกิจ (Business Matching) เกิดธุรกิจใหม่เข้ามารองรับสังคมผู้สูงอายุที่จะขยายตัวเพิ่มมากขึ้นตามแผนแม่บทการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล” ดร.ณัฐพล กล่าว

จาก แผนแม่บทการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล พ.ศ.2561-2564 ในยุทธศาสตร์ที่ 4 กล่าวถึงการขับเคลื่อนชุมชนสู่สังคมดิจิทัล เน้นการประยุกต์ใช้ดิจิทัล ลดความเหลื่อมล้ำของผู้พิการ และกลุ่มผู้สูงอายุในการเข้าถึงบริการดิจิทัลนั้น

เป็นหนึ่งยุทธศาสตร์หลักที่ ดีป้า ต้องหาแนวปฏิบัติเพื่อมุ่งสร้างความสำเร็จตามแผนดังกล่าว โดย ดร.ณัฐพล กล่าวว่า“เราตั้งวิสัยทัศน์ของการคุณภาพชีวิตของผู้สูงไว้ คือการพัฒนาในทุกมิติของการใช้ชีวิต ซึ่งในปีนี้จะดำเนินงานในเรื่องสำคัญประกอบด้วย การพัฒนาสังคม การสร้างกิจกรรมและการพัฒนาทักษะใหม่ สำหรับผู้สูงอายุ”

สังคมดี มาจากสุขภาพที่ดีของผู้สูงอายุ

สังคมของผู้สูงอายุ คือสังคมสุขภาพดีด้วยดิจิทัลโดย ดีป้า ทั้งส่วนกลางและในแต่ละภูมิภาค ต่างดำเนินงานเพื่อการส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุในหลายๆ โครงการ ที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาพยาบาล การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันและควบคุมการเกิดโรค การเข้าถึงข้อมูลสุขภาพของตนเองรวมถึงการสร้างความตระหนักในการดูแลสุขภาพมากขึ้น

อาทิ การสร้างแพลตฟอร์มดิจิทัลกลางด้านสุขภาพและการแพทย์ หรือ e-health open data platform ที่มีมาตรฐาน เชื่อมโยงข้อมูลด้านการแพทย์จากโรงพยาบาลเข้าด้วยกัน รองรับสังคมผู้สูงอายุและช่วยเหลือผู้ป่วยในยามฉุกเฉิน จากเดิมที่ข้อมูลสุขภาพนั้นผู้ป่วยเข้าถึงได้ยาก ขาดการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างสถานพยาบาล

เมื่อผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์จะสอบถามประวัติการได้รับยา หรือ ผลการตรวจสุขภาพที่ผ่านมาจากสถานพยาบาลอื่น ผู้ป่วยมักจะให้ข้อมูลได้ไม่ครบถ้วน หรือ ไม่ทราบข้อมูล ซึ่งอาจส่งผลต่อผู้ป่วยเอง

ขณะที่ ดีป้า สาขาตะวันออก มีกิจกรรมร่วมกับสาธารณสุขจังหวัด จัดทำโครงการนำร่องด้าน Smart Health เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต เตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุหรือ ดีป้า_อีสาน ได้สนับสนุนให้เกิด รถบริการฉุกเฉิน Digital Health เป็นต้นแบบการขับเคลื่อนสมาร์ทซิตี้มุ่งพัฒนาด้านสุขภาพให้ประชาชนเข้าถึง Digital Health เพื่อปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันให้มีสุขภาพดียิ่งขึ้น

กิจกรรม KhonKaen Smart Healthy สำหรับผู้สูงอายุที่มอบสายรัดข้อมืออัจฉริยะแก่ผู้สูงอายุ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ทางด้านสาธารณสุข และให้การช่วยเหลือดำเนินการได้อย่างรวดเร็วที่สุดการนำ Smart Device อย่างสายรัดข้อมืออัจฉริยะเข้ามาประยุกต์ใช้ในผู้สูงอายุนั้นสามารถตรวจสอบและจัดการสุขภาพเบื้องต้นด้วยตัวเอง เพื่อปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันให้ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคได้มายิ่งขึ้น

“การพัฒนาแพลตฟอร์มการเช็คสุขภาพของผู้สูงอายุด้วยตนเองผ่านแอพพลิเคชั่น (Health Informatic) ที่สามารถบริการได้อย่างรวดเร็ว ลดการเสียชีวิต และลดการซ้ำซ้อนของตรวจ สร้างระบบเวชระเบียนที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งจากใช้งานระบบจริงนั้น สามารถลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพให้กับผู้สูงอายุได้เฉลี่ย 2 พันบาทต่อปี” ดร.ณัฐพล กล่าว

เสริมองค์ความรู้ให้ผู้สูงอายุ

แผนการสร้างกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุยุคดิจิทัลในปีนี้นั้น มุ่งเน้นไปที่การ กิจกรรมสร้างสุขภาพกายและสุขภาพจิต ป้องกัน บำรุงดูแล และกิจกรรมสร้างรายได้ให้ผู้สูงอายุ

ที่ผ่านมา_ดีป้าได้ดำเนินกิจกรรมให้ความรู้ด้านต่างๆ สำหรับผู้สูงอายุ ในลักษณะการให้องค์ความรู้แบบต่อเนื่องด้วยกิจกรรม Knowledge Series ที่ให้องค์ความรู้ ความตระหนัก ถึงนวัตกรรมต่างๆ ของสังคมเทคโนโลยีดิจิทัลในยุคปัจจุบัน เพื่อให้ผู้สูงอายุเกิดความรู้ เท่าทันกับการใช้เทคโนโลยีอย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ ก้าวเข้าสู่ Silver Economy

ขณะที่กิจกรรมสร้างรายได้ให้ผู้สูงอายุนั้น ผอ.ดีป้า อธิบายว่า “การส่งเสริมให้ผู้สูงอายุหลังเกษียณได้ทำงาน หรืองานอาสาสมัครบางอย่าง รวมถึงการสร้างพื้นที่ให้ผู้สูงอายุได้แสดงออก เป็นสิ่งที่เกิดประโยชน์ต่อผู้สูงอายุเอง สังคม ชุมชน ประเทศ ถือเป็นกิจกรรมที่เน้นสร้างคุณค่า และก่อให้เกิดความยั่งยืน”

ต้องไม่ลืมว่าผู้สูงอายุ หลายๆ คนคือปราชญ์ชาวบ้าน ที่มีองค์ความรู้ มีประสบการณ์ สิ่งเหล่านี้คือ คุณค่าทางสังคม วัฒนธรรม ที่ต้องส่งต่อมายังรุ่นอื่น ดีป้า กำลังทำหน้าที่สานต่อโดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัล และเป็นโอกาสของธุรกิจดิจิทัลในอีกมิติหนึ่ง

พัฒนาทักษะดิจิทัลสำหรับผู้สูงอายุ

นอกเหนือจากการสร้างสังคมแห่งการมีสุขภาพที่ดี และกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุแล้ว ประการสำคัญที่ดีป้าเร่งทำคู่ขนานกันไป คือ การสร้างและเพิ่มเติมทักษะใหม่ให้กับผู้สูงอายุ โดยเฉพาะทักษะด้านเกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงการรู้เท่าทันสื่อดิจิทัลการสร้างทักษะโซเชียลมีเดีย

ยกตัวอย่างเช่น การจัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้หลักสูตร “การพัฒนาทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลพื้นฐาน YouTuber วัยเก๋า และสร้างความตระหนักรู้ด้านภัยไซเบอร์ ผ่านช่องทางการเรียนรู้ Online” หรือการสร้างกิจกรรม ผลักดันให้เกิดการตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยไซเบอร์ในกลุ่มผู้สูงอายุ เด็กและเยาวชน ตลอดจนผู้ด้อยโอกาส

หรือ โครงการพัฒนาทักษะไซเบอร์ปลอดภัย ที่ดีป้าดำเนินการขับเคลื่อนร่วมกับพันธมิตร ภายใต้แนวคิด Silver Economy Cyber Awareness และ Cyber Security ได้แก่ การพัฒนาแพลตฟอร์มแชทบอทเพื่อเป็นเครื่องมือในการให้คำปรึกษาแนวทางปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ต

คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุที่ดีขึ้นในปี 2563

“ผมอยากเห็นคุณภาพชีวิของผู้สูงอายุได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลโอกาสใหม่ๆ ของผู้สูงอายุสามารถเกิดขึ้นได้ด้วยเทคโนโลยี ในขณะเดียวกันนั้นการเป็นผู้สูงอายุ หมายถึงการมีประสบการณ์ ความรู้ของผู้สูงอายุสามารถนำมาเผยแพร่ สร้างองค์ความรู้ให้สังคมได้”

“การใช้งานเทคโนโลยีนั้นไม่ใช่สิ่งที่ยาก อยากให้ผู้สูงอายุเปิดใจเรียนรู้ และนำไปใช้งานได้อย่างเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งกับตัวเองและสังคม ดิจิทัลไม่ใช่สิ่งที่ยากสำหรับการเรียนรู้ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องใช้อย่างรู้เท่าทัน”ดร.ณัฐพล สรุป

ข้อมูลเพิ่มเติม
>> รายงานการคาดประมาณประชากรของประเทศไทย พ.ศ. 2553 – 2583 (ฉบับปรับปรุง)
>> รายงานการศึกษาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อการพัฒนาประเทศจากผลการคาดประมาณประชากรของประเทศไทย

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.