www.cioworldmagazine.com

 Breaking News
  • HPE ถ่ายทอดเทคโนโลยี HPE InfoSight “HPE ถ่ายทอดเทคโนโลยีระบบการวิเคราะห์คาดการณ์ชั้นสูงHPE InfoSight ในงานสัมมนาถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านศูนย์สำรองข้อมูล เตรียมองค์กรรับมือกรณีเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน”...
  • สร้างกลยุทธ์กับเทคโนโลยีทางการเงิน ให้ตอบโจทย์ธุรกิจ “ผลสำรวจชี้ ฟินเทคเป็นจุดเปลี่ยนครั้งที่ใหญ่สุดของสถาบันการเงิน 57% ของสถาบันการเงินระบุฟินเทคเป็นเครื่องมือสำคัญในการพลิกโฉมธุรกิจ แต่เพียง 46% มีกลยุทธ์รองรับฟินเทคภายในองค์กร”...
  • Fortinet เผยผลกระทบจาก Meltdown และ Spectre พร้อมชี้แนะแนวทางเสริมความปลอดภัยเพิ่มเติม ช่องโหว่ Meltdown และ Spectre ไม่ได้มีกระทบเพียงแค่เครื่องคอมพิวเตอร์หรือเซิร์ฟเวอร์เท่านั้น แต่ยังกระทบไปถึงเหล่าอุปกรณ์เครือข่ายและอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่มีระบบปฏิบัติการลินุกซ์เป็นพื้นฐานและทำงานบนซีพียูที่มีช่องโหว่ ทางฟอร์ติเน็ตผู้จึงออกแถลงว่ากำลังตรวจสอบอยู่ว่ามีผลิตภัณฑ์ใดของตนได้รับผลกระทบบ้าง พร้อมเผยข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้ลูกค้ามีความมั่นใจในความมั่นคงปลอดภัย...
  • HPE Superdome Flex เซิร์ฟเวอร์สำหรับงาน Mission critical “ไอดีซี ให้ความเห็นในรายงานชิ้นสำคัญพบว่า ผลิตภัณฑ์ Superdome Flex ของ HPE จะกลายเป็นมาตรฐานของอุตสาหกรรม และมีประสิทธิภาพโดดเด่น ปลดล็อกครั้งสำคัญสำหรับการจัดการข้อมูลเพื่อการธุรกิจสมัยใหม่”...
  • HPE GEN10 Security Workshop “HPE ประเทศไทย จัดงานแสดงนวัตกรรม HPE GEN10โชว์ศักยภาพผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ เสริมกลยุทธ์องค์กรยุคดิจิทัล แบบทรงประสิทธิภาพ และความปลอดภัยข้อมูลสูงสุด”...

Checklist สำหรับองค์กรในปี 2018

Checklist สำหรับองค์กรในปี 2018
February 13
15:21 2018

“การดำเนินธุรกิจในปี 2018 มีประเด็นอยากฝากให้ซีไอโอที่กำลังวางแผนปฏิรูประบบไอทีเพื่อรองรับการปฏิรูปธุรกิจดิจิทัล อย่าลืมนึกถึงการคิดทบทวนอีกครั้ง ในหลายๆ ประเด็น ทั้งระบบการรักษาความปลอดภัย เทคโนโลยีที่เข้าใจปฏิสัมพันธ์ของลูกค้า ประสิทธิภาพของระบบเดิมที่ใช้อยู่บนสภาพแวดล้อมทาง IT มีความซับซ้อนมากขึ้น มีความอ่อนไหวต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์มากขึ้นตามไปด้วย”

ปัจจุบันภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นภูมิภาคที่มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมากที่สุดในโลกโดยมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วเป็นผลอันเนื่องมาจากการตื่นตัวในการใช้อุปกรณ์พกพาและการเพิ่มขึ้นของคนรุ่นยุคมิลิเนียน ผนวกการริเริ่มนโยบายของรัฐบาลประเทศต่างๆทั่วทั้งเอเชียที่สนับสนุนและผลักดันการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจสังคมให้เป็นดิจิทัลในระดับกว้างขวาง (mass digitization)

HPE1 662x190

จากนโยบาย Digital India ไปจนถึง Hong Kong Smart City Blueprint ในอนาคตการพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะยิ่งขยายตัวมากขึ้น ด้วยการเข้ามาของทุนและผลประโยชน์ของจีนจะเข้ามาเป็นตัวกระตุ้นช่วยผลักดันการเติบโตทางเทคโนโลยีของภูมิภาคนี้ต่อไป

สำหรับประเทศไทยรัฐบาลได้ผลักดันตัวแบบนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจที่เรียกว่าThailand 4.0 ขึ้นมาโดยมุ่งหวังว่าการนำเทคโนโลยีมาใช้มากยิ่งขึ้นจะเป็นตัวผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจต่อไป บางส่วนของนโยบายนี้ประกอบด้วยการขยายความสามารถทางเทคโนโลยีหลักๆ ดังเช่น เทคโนโลยีชีวะภาพ เทคโนโลยีการดูแลสุขภาพ และเทคโนโลยีทางการแพทย์

1ยิ่งกว่านั้นนโยบายนี้ยังเน้นผลักดันให้ทำการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานในการเชื่อมต่อทั้งหลายของประเทศให้ดีขึ้น และเพิ่มความสามารถให้แก่องค์กรธุรกิจท้องถิ่นด้วยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและความสามารถในการผลิตของธุรกิจ

ในขณะเดียวกัน สาธารณะชนคนไทยก็ยอมรับการปรับตัวเป็นดิจิทัลมากขึ้น การมีการเชื่อมต่อและอุปกรณ์พกพาเป็นเรื่องปกติธรรมดาของคนในยุคมิลิเนียมแล้ว ซึ่งคิดเป็น 32 % ของประชากรทั้งประเทศ จากรายงานงานวิจัยของ Frost & Sullivan คาดการณ์ว่าการใช้จ่ายใน IoT ของประเทศไทยจะขยายตัวอย่างรวดเร็วจนถึง 973.3 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 32,000 ล้านบาทไทยที่อัตราแลกเปลี่ยน 33 บาทต่อดอลลาร์) ในปี 2020 (พ.ศ. 2563)

อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนเป็นดิจิทัลมักตามมาด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมทาง IT ที่ซับซ้อน เมื่อรัฐบาลหรือองค์กรเอกชนนำเทคโนโลยีอย่างเช่น hybrid cloud, the internet of Things (IoT) และปัญญาประดิษฐ์มาใช้ร่วมกัน ยิ่งกว่านั้นเมื่อสภาพแวดล้อมทาง IT มีความซับซ้อนมากขึ้นย่อมเพิ่มความอ่อนไหวต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์มากขึ้นตามไปด้วย เห็นได้จากการโจมตีโดย ransomware ที่ชื่อ WannaCry และ Petya เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา อาชญากรรมทางไซเบอร์ได้พัฒนาขึ้นไปมากและในปัจจุบันมีอันตรายสูงถึงขั้นทำให้โลกทั้งโลกปั่นป่วนกันไปหมด

ภัยคุกคามเหล่านี้ดูเหมือนว่าจะอยู่ใกล้ตัวเอามากๆ เพราะว่าองค์กรต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียกว่า 80% เห็นว่าตัวเองมีโอกาสถูกโจมตีมากกว่าองค์กรในภูมิภาคอื่นๆ ของโลกแม้ว่า UN Global Cybersecurity index จะให้ประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์จัดอยู่ในประเทศที่มีความปลอดภัยทางไซเบอร์สูงในระดับสามอันดับต้นๆ ในการในรายงานปี 2017

แต่ประเทศส่วนใหญ่ในเอเชียอย่างเช่น จีน อินเดีย ไต้หวัน และเวียดนามล้วนได้รับความเสียหายค่อนข้างสูงจากการโจมตีของ WannaCry ตามข้อเท็จจริงแล้วครึ่งหนึ่งของระบบคอมพิวเตอร์ที่ถูกโจมตีในสองวันแรกอยู่ในประเทศจีน ตามรายงานของ National Computer network Emergency Response Centre ของจีนเอง

เมื่อองค์กรต่างๆ ต้องมุ่งมั่นให้โซลูชั่นที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าของตน พวกเขาจะมั่นใจได้อย่างไรว่ายังคงสามารถรักษาระดับการให้บริการที่รวดเร็ว มีความปลอดภัยสูง มีผลกระทบที่ดีและทันต่อความต้องการของลูกค้า?

นิตยสาร CIO World&Business ได้รวบรวมข้อมูลจาก ประคุณ เลาหกิตติกุลผู้อำนวยการประจำประเทศไทยบริษัทอรูบ้าหนึ่งในบริษัทของฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ ที่กล่าวถึงคำแนะนำ4 ประการที่ธุรกิจจำเป็นจะต้องมีในรายการ checklist ปีนี้

1. ถึงเวลาปรับเปลี่ยนตัวเองใหม่
ก่อนที่เราจะพิจารณาแนวโน้มของสภาพแวดล้อมในภาพรวม เราจำเป็นต้องมองทบทวนและตรวจสอบภายในองค์กรของเราก่อน

ในโลกที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ การทำระบบ IT ให้เป็นอัตโนมัติและนำบริการบนระบบคลาวด์มาใช้งานกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความสามารถให้ธุรกิจปรับตัวตามทันการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว การใช้อุปกรณ์พกพาอย่างแพร่หลายได้เปลี่ยนธรรมชาติของการเข้าถึงระบบ IT จำเป็นต้องสามารถรองรับอุปกรณ์หลากหลายที่แต่ละคนมีโดยการเข้าจากสถานที่ใดก็ได้ซึ่งไม่สามารถกำหนดคาดการณ์ได้ล่วงหน้า ต้องรองรับการจราจรของข้อมูลบนระบบเครือข่ายในรูปแบบใหม่ๆ การเข้าสู่ระบบเครือข่ายของอุปกรณ์ที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนและสภาพแวดล้อมทาง IT ที่สลับซับซ้อนแต่อ่อนไหวต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์โดยปราศจากขอบเขตด้านการรักษาความปลอดภัย

ข้อมูลจาก Microsoft Digital Crimes Unit พบว่า ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งใน 25 ประเทศระดับต้นๆ ของโลกที่ติด malware โดยมีมากกว่า 5 ล้านอุปกรณ์ที่ติด malware ซึ่งสถาปัตยกรรมระบบเครือข่ายแบบดั้งเดิม(legacy) สร้างมาเพื่อรองรับยุค client-server ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับรองรับความต้องการในปัจจุบันขององค์กรต่างๆ และลูกค้าที่ต้องการให้สามารถรองรับการใช้อุปกรณ์พกพา IoT และทำงานได้บนระบบคลาวด์

2

ทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลที่ทำให้จำเป็นต้องเปลี่ยนไปใช้ระบบเครือข่ายแบบใหม่ที่เป็น Intelligent Core Systemเพื่อจะสามารถรองรับโอกาสและความท้าทายทางธุรกิจใหม่ๆ ได้ องค์กรธุรกิจจำเป็นต้องทำระบบเครือข่ายของตนให้ทันสมัย ผนวกระบบมีสายและไร้สายเข้าด้วยกันเป็นระบบเดียว นำเครื่องมือและเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้เพื่อเปลี่ยนที่ทำงานให้เป็นดิจิทัล

2. ความท้าทายและภัยคุกคามตัวใหม่จาก IoT
นับจากปีนี้เป็นต้นไป องค์กรจำเป็นต้องสร้างความมั่นใจว่ามีความสามารถในการมองเห็นที่ชัดเจนและโปร่งใสครอบคลุมทุกๆ ส่วนขององค์กรในการสร้างศักยภาพเพื่อป้องกันการโจมตีใดๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ขณะที่บริษัทมากกว่าครึ่งในภูมิภาคเอเชียนำเทคโนโลยี IoT เข้ามาใช้งานในปัจจุบัน แต่กลับพบว่ามีถึง 84 % ของบริษัทเหล่านี้เคยประสบกับการโจมตีและการรั่วของระบบรักษาความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับการใช้อุปกรณ์ IoT

ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า IoT นั้นเองเป็นตัวนำความท้าทายและภัยคุกคามตัวใหม่มาให้องค์กร และทุกองค์กรจะต้องตื่นตัวระมัดระวังต่อภัยคุกคามใดๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นต่อข้อมูลและทรัพยากรทาง IT โดยผ่านอุปกรณ์ IoT

คำถามคือจะนำกลยุทธ์ความปลอดภัยสำหรับ IoT ที่ดีที่สุดมาใช้ได้อย่างไร องค์กรจำเป็นต้องระบุลักษณะเฉพาะของอุปกรณ์ต่างๆ ให้ละเอียดมากขึ้นและกำหนดการใช้งานตามบทบาทของผู้ใช้เป็นส่วนๆ สำหรับการเข้าสู่ระบบเครือข่าย รวมทั้งทบทวนการเปลี่ยนแปลงในการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานของเครือข่ายทั้งหมด

“กลยุทธ์การรักษาความปลอดภัยขององค์กรสำหรับ IoT ต้องรวมถึงการสร้างนโยบายในเชิงของระบบการรักษาความปลอดภัยโดยอัตโนมัติที่สามารถระบุว่าอุปกรณ์ไหนสามารถเชื่อมต่อเข้ามาได้ สามารถเข้าถึงข้อมูลและแอพพลิเคชั่นอะไรได้บ้าง และใครมีอำนาจในการบริหารจัดการและดูแลรักษาอุปกรณ์เหล่านี้” ประคุณ กล่าว

นั่นหมายถึงจะต้องมีโซลูชั่นที่สามารถรักษาความปลอดภัยให้แก่ธุรกิจและโครงสร้างพื้นฐานของ IoT ขององค์กรผ่านแนวคิดต้องปิดช่องโหว่บนคลาวด์ให้หมด (closed-loop approach) การใช้โซลูชั่นจากผู้ให้บริการระดับโลกมาช่วยเพิ่มความสามารถในการมองทะลุปรุโปร่งถึงพฤติกรรมการใช้อุปกรณ์ต่างๆ ในช่วงเวลาต่างๆ เป็นกุญแจที่สำคัญมากในการสร้างกลยุทธ์ระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับ IoT อย่างครบถ้วนสมบูรณ์

3. ทบทวนความสามารถของระบบไอทีที่มีอยู่
เป็นเรื่องง่ายที่เราอาจจะพลาดโอกาสดีๆ ที่ซ่อนอยู่โดยการใช้ระบบดั้งเดิมๆ ต่อไป แต่ในสภาพบรรยากาศที่การแข่งขันทางธุรกิจสูงขึ้นเรื่อยๆ การสร้างความผูกพันกับลูกค้า(customer engagement) ได้แบบตอบสนองทันที (real time) และสะดวกกลายเป็นการสร้างความแตกต่างที่มีผลต่อธุรกิจอย่างสูง มีธุรกิจมากขึ้นเรื่อยๆ ที่มองหาโอกาสใหม่ๆ โดยใช้ผลิตภัณฑ์บริการแบบอ้างอิงสถานที่ (location-based services) ใช้การวิเคราะห์และการสร้างความผูกพันกับลูกค้าแบบเรียลไทม์

ยิ่งธุรกิจต้องการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด สร้างโอกาสในการผูกพันกับผู้ใช้ให้มากขึ้น และลดต้นทุนค่าใช้จ่าย การใช้บริการอ้างอิงสถานที่และการวิเคราะห์ยิ่งจะถูกใช้มากขึ้นเรื่อยๆ หน่วยงาน IT ในองค์กรธุรกิจค้าปลีก ดูแลสุขภาพ และองค์กรธุรกิจต่างๆ ต้องการที่จะมีความสามารถในการระบุรูปแบบการจราจรบนระบบเครือข่าย การใช้พื้นที่และทรัพยากรทาง IT ที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้ให้ได้ดีขึ้น

3

ตัวอย่างการใช้ระบบติดตามทรัพย์สิน (asset tracking) ที่ใช้ง่ายและสะดวกสำหรับธุรกิจบริการดูแลสุขภาพ ค้าปลีกและคลังสินค้าเป็นสิ่งที่หลายๆ องค์กรต้องใช้ การใช้ Bluetooth Low Energy (BLE) เข้ามาใช้ร่วมกับ access point แบบไร้สายจะช่วยเพิ่มความสามารถที่มีผลโดยตรงต่อธุรกิจและการสร้างความผูกพันกับผู้ใช้โดยไม่จำเป็นต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานระดับที่สองที่ค่อนข้างแพงขึ้นมารองรับ (an expensive secondary infrastructure)

4. มองหาเทคโนโลยีเพื่อความเข้าใจปฏิสัมพันธ์ของลูกค้า
โมเดลและเทคโนโลยีต่างๆ ทางธุรกิจใหม่ๆ ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปแต่ความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นนั้นเป็นสิ่งที่เป็นจริงเสมอ ธุรกิจต่างๆ ต้องการพาร์ทเนอร์ที่จะมาช่วยเพิ่มเติมและขยายความสามารถในการผูกพันกับลูกค้าผ่านดิจิทัล (digital engagement) ในปี 2018 เราได้เห็นมาตรฐานใหม่ของเทคโนโลยีการสื่อสาร ที่เรียกว่า 802.11ax ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ของระบบ LAN ไร้สาย ถือเป็นเทคโนโลยีหนึ่งที่จะช่วยพัฒนาความสัมพันธ์กับผู้ใช้ที่ปลายทาง

ลองจินตนาการถึงความเร็วที่สูงขึ้น 4 ถึง 10 เท่า จากการพัฒนาของเทคโนโลยี802.11axจะสร้างผลในเชิงธุรกิจได้มากขนาดไหนเพราะตามรายงานการศึกษา The State of Online Retail Performanceของ Akamaiพบว่าระยะเวลาการโหลดของเว็บไซต์ประเภทe-commerce ที่ช้าลง 2 วินาทีส่งผลร้ายทำให้อัตราการดูเว็บไซต์เพียงหน้าเดียวแล้วจากไป (bounce rates) สูงขึ้นถึง 103 %มาตรฐาน 802.11ax ไม่เพียงทำให้การเข้าถึงเร็วขึ้นเท่านั้น การเข้าถึงในสถานที่ที่คนเข้ามาใช้มากๆ จะไม่สะดุดช้าลงและยังคงรวดเร็วอย่างต่อเนื่องไหลลื่น

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

BannerWeb_CIOworld_1

Like Us On Facebook

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com

Categories