www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

New Normal ที่จะเกิดขึ้นหลัง COVID-19

New Normal ที่จะเกิดขึ้นหลัง COVID-19
May 07
13:56 2020

ซีดีจี แนะธุรกิจเตรียมตั้งรับ 3 ปรากฏการณ์ New normal โลกธุรกิจหลังวิกฤต วางแผนปรับเปลี่ยนองค์กรในเชิงดิจิทัลเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจในระยะยาว เปิดรับการใช้เทคโนโลยีี พัฒนางาน และพัฒนาบุคลากร

กลุ่มบริษัทซีดีจี ผู้ให้บริการด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศแบบครบวงจร แก่องค์กรภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน เผย UN คาด COVID-19 ทำพิษ GDP ทั่วโลกลดร้อยละ 0.9 ด้าน คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คาด GDP ของไทยปีนี้จะติดลบ 5.3% เห็นชัดวิกฤตครั้งนี้คือ สนามดิสรัปชันลูกใหม่ผลักดันทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญของการใช้เทคโนโลยี

แนะหน่วยงานเล็กใหญ่ใช้โอกาสนี้ฟื้นฟูองค์กร เตรียมพร้อมทั้งความรู้ความสามารถบุคลากร ผนวกศักยภาพเทคโนโลยี ไปพร้อมกับประเมินสภาพ Disruptive waves ให้ถี่ถ้วนรัดกุม เพื่อการอยู่รอดอย่างยั่งยืน มั่นใจศักยภาพคนศตวรรษที่ 20 จะช่วยวิกฤตผ่านพ้นไปได้ แนะธุรกิจเตรียมตั้งรับ 3 ปรากฏการณ์ความปกติใหม่ หรือ “New normal” โลกธุรกิจหลังวิกฤตพร้อมเตรียมแผนกลยุทธ์ 3P คือ Product Process และ People รับมือวิกฤตเพิ่มความแข็งแกร่งองค์กร มั่นใจ COVID-19 ไม่กระทบต่อธุรกิจและการให้บริการลูกค้า

COVID-19 ตัวเร่งดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน

นาถ ลิ่วเจริญ ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทซีดีจี

นาถ ลิ่วเจริญ ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทซีดีจี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และต่างประเทศ ส่งผลกระทบขยายวงกว้างไม่เว้นทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชนโดยข้อมูลของ UN คาดว่าจากวิกฤตที่เกิดขึ้นส่งผลให้ GDP หดตัวร้อยละ 0.9 แทนที่จะเติบโตมากถึง 2.5% ตามที่ทั่วโลกคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้

ด้านประเทศไทยคณะกรรมการนโยบายการเงินคาดว่า GDP ของไทยปีนี้จะติดลบ 5.3% จากการแพร่ระบาดของ COVID-19 นับเป็นสนามดิสรัปชันลูกใหม่ที่เกิดขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัวและเป็นตัวผลักดันหน่วยงานทุกภาคส่วนให้เห็นความสำคัญของการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อการเตรียมความพร้อมรับมือกับวิกฤตที่ไม่สามารถคาดเดาได้ในอนาคต

“ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน แม้จะเป็นคำคุ้นหู แต่กลับพบว่ามีเพียง 21% ที่พร้อมรับมือโดยสมบูรณ์จริงๆ COVID-19 ที่แพร่ระบาดครั้งนี้เป็นสนามดิสรัปชันที่เข้ามาท้าทายการบริหารจัดการขององค์กรเข้าใจถึงสถานการณ์ที่ลำบากซึ่งส่งผลต่อการทำงานของหน่วยงานทุกระดับตั้งแต่ภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ถึงภาคเอกชน หากลองมองในมุมที่ต่างจะเห็นส่วนที่เป็นโอกาสใหม่ๆ”

“โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างองค์กรและธุรกิจที่ต้องขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีมากขึ้นซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่กระตุ้นการเกิดการทรานส์ฟอร์มองค์กรเพื่อการบริหารจัดการงานภายในและภายนอกได้อย่างรวดเร็วเสริมความแข็งแกร่งและเป็นทางรอดในวิกฤตต่างๆ ที่ไม่มีใครคาดการณ์ได้จึงจำเป็นที่ต้องกระตุ้นให้หน่วยงานทั้งขนาดเล็กและใหญ่เห็นประโยชน์และความสำคัญของเทคโนโลยี”

“คาดว่าวิกฤตนี้จะเป็นตัวกระตุ้นให้องค์กรอีก 79% ขับเคลื่อนธุรกิจสู่ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันอย่างเป็นรูปธรรมและจับต้องได้มากขึ้น และเชื่อมั่นว่าศักยภาพคนศตวรรษที่ 20 จะช่วยสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ นำเสนอต่อสังคม หากทุกภาคส่วนมีความตระหนักถึงการเตรียมความพร้อมทั้งความรู้ความสามารถบุคลากร ศักยภาพของเทคโนโลยี และการประเมินสภาพการเปลี่ยนแปลงของโลก หรือ disruptive waves ให้ถี่ถ้วนมากเพียงพอ” นาถกล่าว

วิกฤตครั้งนี้ทำให้ต้องทบทวนแผนการทำงานเชิงรุกที่วางไว้ทั้งแผนระยะสั้นและระยะยาวปรากฏการณ์ “New Normal” หรือสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังวิกฤตผ่านพ้นไป คือ การนำดิจิทัลเข้ามาใช้ในทุกภาคส่วนเพราะพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของประชาชนต้องปรับเปลี่ยน การบริการของหน่วยงานภาครัฐต้องสามารถเข้าถึงได้มากขึ้นด้วยช่องทางออนไลน์ ภาคธุรกิจต้องปรับตัวรับมือกับผู้บริโภคที่ไม่ใช่แค่เด็กรุ่นใหม่ แต่รวมถึงทุกช่วงอายุจะสามารถเข้าถึงการใช้งานดิจิทัลได้อย่างคุ้นเคย

ความปกติใหม่ 3 ประการ

ทั้งนี้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม แนะหน่วยงานทั้งขนาดเล็กและใหญ่เตรียมตั้งรับ 3 ปรากฏการณ์ความปกติใหม่ หรือ New normal ที่จะเกิดขึ้นหลังวิกฤต COVID-19 ดังนี้

1.Remote Working มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น เมื่อการทำงานแบบ Work From Home ถูกนำมาปรับใช้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ความคุ้นชินกับการใช้เทคโนโลยีเพื่อการรับ-ส่งงาน ทำให้การทำงานของพนักงานไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานประเภทไหน จะไม่จำกัดด้วยเวลาและสถานที่ และยังคงประสิทธิภาพการให้บริการลูกค้าได้ดีเหมือนเดิม หลายองค์กรมีการลงทุนปรับรูปแบบการเก็บข้อมูลอยู่บนคลาวด์เพื่อความสะดวกในการใช้งานนอกสถานที่ การวางระบบจัดเก็บข้อมูลของหน่วยงาน การสร้างระบบเชื่อมต่อเพื่อเข้าถึงข้อมูลอย่างปลอดภัยรวมทั้งการตรวจสอบความพร้อมในการเรียกใช้งานข้อมูล

2.Digital Platforms and Data Usage โลกเห็นภาพการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างกระทันหันธุรกรรมต่างๆไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือภาคเอกชน ถูกปรับมาอยู่บนแพลตฟอร์มออนไลน์ เครื่องมือหรือเทคโนโลยีเพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลที่หลั่งไหลมาจากดิจิทัลแพลตฟอร์มต่างๆ จึงมีมูลค่ามากในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานขององค์กรเช่นการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงธุรกิจผ่านเทคโนโลยี GIS เพื่อหาความเหมาะสมในการเพิ่ม-ลดสาขา หรือการจัดการโลจิสติกส์และการขนส่งผ่านระบบติดตามการขนส่งแบบเรียลไทม์ เพื่อให้สินค้าและบริการถึงมือผู้รับอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และคงคุณภาพ

3.Health Conscious องค์กรขับเคลื่อนด้วยคนเป็นปัจจัยสำคัญ วิกฤต COVID-19 ส่งผลให้องค์กรเพิ่มระดับการรักษาความปลอดภัยด้านสุขภาพให้พนักงาน ด้วยมาตรการสร้างพื้นที่ปลอดเชื้อภายในอาคาร การใช้เครื่องมือตรวจสอบสุขภาพพนักงาน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะยังคงอยู่หลังวิกฤตผ่านไป และแน่นอนว่า การส่งเสริมสุขภาพของพนักงานจะถูกนำมาเป็นหัวข้อหลักของการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ด้านบุคคล

รวมทั้งการใช้แอปพลิเคชันต่างๆ ที่มีการเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT เพื่อจัดเก็บเป็นข้อมูลสำคัญด้านสุขภาพของพนักงาน และสามารถนำมาวิเคราะห์ผ่านแพลตฟอร์มเพื่อเป็นประโยชน์ต่อองค์กรในการดูแลพนักงานเช่น การติดตามสุขภาพของพนักงานทั้งสภาวะปกติและเจ็บป่วย หรือการสร้างกิจกรรมบนโลกออนไลน์ อย่างเช่น การวิ่งเก็บระยะแบบ Virtual Run เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ และส่งเสริมสุขภาพที่ดีของบุคลากรในองค์กร

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ควรเพิ่มอย่างเร่งด่วนเพื่อรับมือปรากฏการณ์ดังกล่าว คือ การวางแผนปรับเปลี่ยนองค์กรในเชิงดิจิทัลเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจในระยะยาว โดยเปิดรับการใช้เทคโนโลยีเข้ามาพัฒนางาน และพัฒนาบุคลากร

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.