www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

BU ขานรับ Digital Economy ปรับใช้ ต้อง รู้ทัน

BU ขานรับ Digital Economy ปรับใช้ ต้อง รู้ทัน
September 30
11:25 2015

“Digital Economy คือ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยการนำเอาเทคโนโลยีดิจิตอลเข้ามาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตมวลรวมของประเทศให้ทันกับโลกในยุคปัจจุบัน ตั้งแต่การสร้างความรู้ และ นำเอาไปปรับใช้ให้ตรงเป้าหมาย ผ่านทางนวัตกรรม และกระบวนการความคิด”

เรื่องของ เศรษฐกิจ ดิจิทัล นั่น เป็นเรื่องของอาศัยประบวนการวงแผน และกลยุทธ์ในการดำเนินงานที่ชัดเจน โดยเริ่มตั้งแต่รากฐานที่สำคัญที่สุดคือ กระบวนการทางการ พัฒนาความรู้ การสร้างความตระหนักด้านการใช้เทคโนโลยี Digital ให้เกิดความเข้าใจ ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้เริ่มต้นจากสถานศึกษาที่ต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการเรียนการสอนให้แก่ นิสิตนักศึกษาที่เรียนอยู่ในแต่ล่ะสถาบันการศึกษาที่ให้เป็นบุคลากรที่มีความสามารถทางด้านไอทีให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีในปัจจุบัน
มหาวิทยาลัยกรุงเทพมุ่งสู่การเป็น “e-University” ด้วย Strategic+Action

Banner_CIO_big one_version2

2ผศ.สมจิตต์ ลิขิตถาวร รองอธิการบดีฝ่ายทรัพยากรสารสนเทศ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้เปิดเผยกับทาง นิตยสาร CIOWORLD&BUSINESS ว่า ในฐานะที่เราเป็นสถาบันอุดมศึกษา ย่อมต้องให้ความสำคัญกับ “เรื่องเศรษฐกิจดิจิทัล” ในลำดับต้นๆ ดังจะเห็นได้ว่ามหาวิทยาลัยกรุงเทพได้โฟกัสในเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 ซึ่งเราได้ตั้งเป้าหมายว่า มหาวิทยาลัยกรุงเทพมุ่งสู่การเป็น “e-University” จึงได้จัดทำแผนกลยุทธ์ (Strategic Plan) และแผนปฏิบัติการ (Action Plan) เพื่อผลักดันเป้าหมายด้าน ICT ของมหาวิทยาลัยให้บรรลุผลตามแผน โดยพิจารณาวางกระบวน การทำงาน (Process/Sub Process) ที่จะช่วยพัฒนาการเรียนการสอนให้ทันสมัย สนับสนุนงานวิจัยให้เข้มแข็งและพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการที่ดี มีนวัตกรรมการให้บริการที่เป็นเลิศ
สนับสนุนกระบวนการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยี

เพื่อรองรับแผนดังกล่าว ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยกรุงเทพได้วางระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้ธุรกรรมออนไลน์ สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้ติดตั้ง Wireless Campus ให้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งสองวิทยาเขต และภายในห้องเรียน ได้นำ Cloud Infrastructure Service มาประยุกต์ใช้กับการบริการด้านต่างๆ สร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก เช่น True/AIS เพื่อให้บริการระบบ Wi-Fi ที่มีการติดตั้ง Firewall และ IPS เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยบนเครือข่ายอีกด้วย

3นอกจากนี้ยังได้จัดทำแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP: Business Continuity Plan) โดยจัดทำ DR-Site ซึ่งเป็นกระบวนการนำเว็บไซต์สำรองมาทำงานแทนกรณีเกิดปัญหากับเว็บไซต์หลัก มีแผนกู้ระบบสารสนเทศ (Contingency Plan) และมีการซักซ้อมแผนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับปัญหาที่มีผลกระทบกับระบบสารสนเทศ และการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย ขณะที่ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ ได้มีการจัดทำระบบสารสนเทศที่สามารถให้บริการออนไลน์ครอบคลุมทั้งในส่วนของการเรียนการสอน และการบริหารจัดการ โดยตั้งแต่ระบบรับสมัครนักศึกษา จวบจนสำเร็จการศึกษาเป็นบัณฑิต นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยกรุงเทพยังได้พัฒนาระบบงานให้อยู่ในรูปของ e-Workflow เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อความสะดวกรวดเร็ว และลดขั้นตอนการทำงาน เช่น ระบบจองยานพาหนะ ระบบจัดเลี้ยง จองห้องเรียน/ห้องประชุม จองโสตทัศนูปกรณ์ ฯลฯ มีการส่งเสริมทุกหน่วยงานในมหาวิทยาลัยให้จัดเก็บเอกสารในรูปของ e-Document/ e-Book อีกด้วย และล่าสุดได้มีการนำโปรแกรมประยุกต์มาใช้เพื่อการเรียนการสอนที่สร้างสรรค์และการผลิตผลงานวิจัยที่มีคุณภาพ โดยสนับสนุนการเรียนการสอนแบบสร้างสรรค์ (Creative Teaching) ด้วย Google Apps for Education และโครงการ Smart Classroom เพื่อช่วยให้อาจารย์ และนักศึกษาได้สัมผัสกิจกรรมการเรียนรู้รูปแบบใหม่ผ่านเทคโนโลยีล้ำสมัย โดยได้พัฒนารูปแบบการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญด้วยเทคโนโลยีที่เอื้อให้นักศึกษามีส่วนร่วมมากขึ้น

4โดยผ่านอุปกรณ์ไร้สาย มีการสนับสนุนอาจารย์ให้นำระบบจัดการการเรียนรู้ (LMS: Learning Management System) มาใช้ในการเรียนการสอนและส่งเสริมการผลิตเอกสารและตำราของอาจารย์ในรูปของ e-Pub และ e-Book นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินการสนับสนุนทรัพยากรสารสนเทศสำหรับนักวิจัย เพื่อเพิ่มจำนวนการตีพิมพ์วารสารในระดับชาติและนานาชาติให้มากยิ่งขึ้น โดยสนับสนุนการจัดทำระบบห้องสมุดใหม่ (ALEPH) ที่มีฐานข้อมูลที่เป็นมาตรฐานสากลและสืบค้นง่ายในรูปแบบ Single Search มีระบบ D-Space เพื่อจัดการคลังเอกสารดิจิตอล ซึ่งมีความสามารถในการจัดเก็บผลงานวิจัยและผลงานวิชาการอื่นๆ อย่างเป็นระบบ และยังสนับสนุนระบบสารสนเทศเพื่อการติดต่อสื่อสารหรือการเรียนการสอนทางไกลกับสถาบันต่างประเทศด้วยระบบ Video Conference สนับสนุนบทเรียนออนไลน์ “Tell Me More” เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ด้านภาษาอังกฤษด้วยตนเองให้กับนักศึกษา และบุคลากร รวมถึงซอฟต์แวร์อื่นๆ เพื่อการเรียนการสอนเฉพาะทาง เช่น Fidelio ระบบบริหารจัดการโรงแรม ฯลฯ อีกทั้งยังสร้างความร่วมมือกับตัวแทน Google Thailand เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ด้วย Google Apps for Eduaction นอกจากนี้ มีการสนับสนุนการดำเนินงานด้านวิชาการผ่านระบบออนไลน์ ทั้งนี้เพื่อให้รักษาอันดับ (Ranking) ใน Webometrics อีกด้วย
แนวคิดในการทำงานคือ “การลงทุน” อย่างสอดคล้อง

มหาวิทยาลัยกรุงเทพนั้นมีแนวคิด หรือการบริหารเพื่อรองรับกับเศรษฐกิจดิจิทัล มานานแล้ว เพราะเราได้ให้ความสำคัญมาตั้งแต่ต้น เราทำงานอย่างมีพลวัต (Dynamics) ไม่หยุดนิ่งพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง มีการติดตาม และศึกษาแนวโน้มของ ICT อยู่ตลอดเวลา ทั้งอดีต ปัจจุบันและอนาคต เพียงแต่ต้องเร่ง Speed ผลักดันสู่การเปลี่ยนแปลงให้รวดเร็วขึ้น ผลักดันงบประมาณเพื่อการลงทุนใน ICT ที่สอดรับกับแผนกลยุทธ์ และยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ มีการพิจารณาด้วยความรอบคอบในทุกด้านไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ซอฟต์แวร์ที่ทันสมัย โดยที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพมีการเตรียม “บุคลากร” ให้พร้อมไม่ว่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ให้คำปรึกษาด้านไอที นักวิเคราะห์ระบบ นักโปรแกรมคอมพิวเตอร์ นักปฏิบัติ และช่างเทคนิคที่มีคุณภาพ ซึ่งมหาวิทยาลัยกรุงเทพเชื่อมั่นว่า เมื่องบประมาณพร้อม อุปกรณ์ทั้งฮาร์ดแวร์ซอฟต์แวร์พร้อม คนพร้อม มีกระบวนการทำงานที่ชัดเจนย่อมนำมาซึ่งการบริหารจัดการที่ดี
ผู้นำความเปลี่ยนแปลงขององค์กรต้อง “ชัดเจน”

ผู้นำการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องนามธรรม ไม่สามารถกำหนดตายตัวว่า เป็นว่าจะเป็นแบบใด แต่ขึ้นอยู่กับปัจเจกบุคคล และสถานการณ์ แต่ต้องมีวิสัยทัศน์ สามารถกำหนดวิสัยทัศน์ด้านไอทีที่สอดรับกับยุทธศาสตร์ของสถาบัน และสามารถสื่อสารเพื่อให้บุคลากรไอทีและบุคลากรในสถาบันโดยรวมเข้าใจ และยินดีให้ความร่วมมือ โดยต้องทำงานเชิงรุกตามหลัก PDCA (Plan-Do-Check-Act) ตัดสินใจเป็นทีม และรับฟังอย่างมีประสิทธิผล เพื่อให้ได้นวัตกรรม หรือแนวคิดใหม่ๆ รวมถึงส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของของบุคลากร ซึ่งที่ผ่านมาทางมหาวิทยาลัยกรุงเทพได้มีการเชิญวิทยากรอบรมเฉพาะทาง หรือส่งบุคลากรไปอบรมภายนอกสม่ำเสมอ นอกจากนี้ ได้นำแนวทางการบริการสมัยใหม่มาช่วยสร้างกระบวนการทำงาน (Work Process) ที่สั้น กระชับ คล่องตัว และมีพลวัต (Dynamic) อีกทั้งมีการเพิ่มบริการที่เป็น e-Service ให้มากยิ่งขึ้น ตลอดทั้งปีจะมีการประเมินผลงานตามความสามารถอีกด้วย

แต่อย่างไรก็ตามคงต้องยอมรับว่าปัญหา ณ ขณะนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องขาดแคลนบุคลากร เนื่องจากเราพัฒนาระบบในรูปแบบ In-house จำเป็นต้องมีบุคลากรด้านไอทีที่เข้มแข็ง ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้าทีม นักวิเคราะห์ระบบโปรแกรมเมอร์ ช่างเทคนิค หรือผู้เชี่ยวชาญด้านไอที คนของเรามักจะถูกบริษัทหรือองค์กรภายนอกดึงตัวไปด้วยการให้ผลตอบแทนที่สูงกว่ามาก ครั้นเมื่อเรารับคนใหม่ก็ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้พอสมควร Learning Curve ก็ประมาณ 1-2 ปี ซึ่งทำให้เราเสียเวลามาก และมีผลให้งานอาจต้องล่าช้าไปบ้าง

หากมองการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยในภาพรวมยังเป็นอุปสรรค เพราะยังมองไม่เห็นแผนงานที่ชัดเจนของรัฐบาล เพียงแค่รัฐบาลประกาศให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจดิจิทัล จะทำอย่างไรเพื่อบรรลุผล ยังขาดทั้งแผนกลยุทธ์ และแผนการดำเนินการในระยะสั้น ระยะยาว ขาดการประสานงานของหน่วยงานภาครัฐที่จำเป็นต้องขับเคลื่อนประสานให้เป็นหนึ่งเดียว ต่างคนต่างทำ จึงไม่เกิดผล ต่างคนต่างใช้งบซื้ออุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ซอฟต์แวร์ งบกระจัดกระจายและซ้ำซ้อน จึงมองเห็นว่าน่าจะมีกรรมการชุดหนึ่ง เพื่อวางแผนและกำหนดทิศทาง ผลักดันและติดตามให้เกิดการผสานเชื่อมโยง (Integration) เป็นหนึ่งเดียว ซึ่งหากสามารถกำหนดแนวทางชัดเจนที่จะเดินไปข้างหน้าอย่างมีเป้าหมาย ย่อมน่าจะเห็นการวางแผนเพื่อให้ประเทศก้าวสู่การพัฒนา “เศรษฐกิจดิจิทัล” ของประเทศไทยได้ดีขึ้น

banner mahidol 660

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

BannerWeb_CIOworld_3
300x250 (B2)
CEBIT_webbanner_320x250pxl_TH

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget
communication

Categories

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com