www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

มหาวิทยาลัยนเรศวร โชว์โครงการต้นแบบ Tele Health ครบวงจร

มหาวิทยาลัยนเรศวร โชว์โครงการต้นแบบ Tele Health ครบวงจร
October 08
23:07 2019

มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ทุน กทปส. พัฒนา Tele Health โชว์โครงการต้นแบบ สรา้งแอพพลิเคชั่นตอบความต้องการแพทย์ บุคลากรทางการแทพย์ อสม. และประชาชน ครบวงจร หวังเชื่อมโยงเครือข่าย รพ.ทั่วประเทศ ใช้เทคโนโลยี ยกระดับการรักษา ลดความเหลื่อมล้ำ

กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือ กทปส. โดย นิพนธ์ จงวิชิต รักษาการผู้จัดการกองทุนวิจัยและพัฒนาฯ นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ ณ มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก เพื่อติดตามความคืบหน้า โครงการที่ได้รับการจัดสรรเงินจากกองทุนฯ ประจำปี 2561

โครงการดังกล่าว คือ โครงการพัฒนาต้นแบบของเทคโนโลยีที่ช่วยในการพัฒนาคุณภาพการให้บริการทางการแพทย์ฉุกเฉินทางไกลในชนบท โดยผ่านเครือข่ายดิจิทัลความเร็วสูง (ระยะที่ 2) เสนอโดย มหาวิทยาลัยนเรศวร ที่เป็นโครงการความร่วมมือระหว่าง คณะแพทยศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ รวมถึงหน่วยงานทางการแพทย์หลายหน่วยงานในจังหวัดพิษณุโลก โดยมี ศ.ดร.ไพศาล มุณีสว่าง คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นหัวหน้าโครงการ ภายใต้วงเงินราว 14.66 ล้านบาท มีระยะเวลา 1 ปี

นิพนธ์ จงวิชิต รักษาการผู้จัดการกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม

นิพนธ์ จงวิชิต รักษาการผู้จัดการกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม

สำหรับโครงการพัฒนาคุณภาพการให้บริการทางการแพทย์ฉุกเฉินทางไกลในชนบท โดยผ่านเครือข่ายดิจิทัลความเร็วสูง โดยมหาวิทยานเรศวรได้รับมอบทุนสนับสนุนจาก กทปส. มีลักษณะคล้าย Tele Health แบบครบวงจร มีแพทย์เป็นที่ปรึกษาให้กับผู้ป่วยและพยาบาล ผ่านแอพพลิเคชั่นเชื่อมต่อสำหรับแพทย์ เป็นโครงการต่อเนื่องที่เคยได้รับทุนครั้งแรกเมื่อปี 2557 (9.5 ล้านบาท) ทำเป็นโครงการต้นแบบทดลองทั้งสิ้น 4 – 5 โรงพยาบาลในพื้นที่

นิพนธ์ กล่าวว่า “หลังจากที่ทางมหาวิทยาลัยฯ ได้รับการพิจารณาทุนต่อเนื่องเพื่อขยายโครงการต่อในปี 2561 ในโครงการพัฒนาต้นแบบของเทคโนโลยีที่ช่วยในการพัฒนาคุณภาพการให้บริการทางการแพทย์ฉุกเฉินทางไกลในชนบท โดยผ่านเครือข่ายดิจิทัลความเร็วสูง (ระยะที่ 2)

ทางกทปส. ได้นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ เพื่อติดตามความคืบหน้า และคาดหวังถึงความสำเร็จของโครงการเพื่อสร้างต้นแบบ ระบบการเชื่อมโยงระหว่างโรงพยาบาล สาธารณะสุขทั้งจังหวัด สถานีอนามัย และบุคลากรอย่างแพทย์ พยาบาล สู่การรักษาผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถยกระดับการรักษาและลดความเหลื่อมล้ำการเข้าถึงทางการแพทย์ในประเทศไทย”

“ซึ่งหลังจากนี้ทางกระทรวงสาธารณะสุขจะมารับช่วงต่อไปขยายผลในจังหวัดอื่นๆ ต่อไป อนาคตปี 2564 การขยายต่อยอดโครงการจะเป็นในส่วนของนโยบายทางกระทรวง หากแผนการพัฒนาโครงการดังกล่าวสำเร็จ กทปส. เชื่อว่าจะช่วยให้การรักษาโรคไม่รุนแรงสามารถทำได้รวดเร็วขึ้นมากยิ่งขึ้น”

มหาวิทยาลัยนเรศวร โชว์ผลงานต้นแบบ

ทางด้าน ศ.ดร.ไพศาล มุณีสว่าง คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนเรศวร ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวว่า “โครงการพัฒนาคุณภาพการให้บริการทางการแพทย์ฉุกเฉินทางไกลในชนบท โดยผ่านเครือข่ายดิจิทัลความเร็วสูง ถือได้ว่าเป็นต้นแบบให้กับโรงพยาบาลในพื้นที่ชนบท พื้นที่ห่างไกล กับโรงพยาบาลศูนย์ฯ โรงบาลใหญ่ในพื้นที่เขตเมือง”

“ที่ผ่านมาในโครงการระยะที่ 1 ได้ทำการทดลองวางระบบและเชื่อมต่อการทำงานเข้ากับโรงยาบาลภายใต้การทำงานของมหาวิทยาลัยนเรศวร โรงพยาบาลในจังหวัดพิษณุโลก 8 แห่ง โรงพยาบาลศูนย์อีก 2 แห่ง รวมแล้ว 10 โรงพยาบาล โดยได้ทำการศึกษาวิเคราะห์และนำโจทย์ด้านเทคโนโลยีเข้ามาผนวกใช้ ซึ่งจากปัญหาที่ได้ทำการศึกษา คือ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญไม่ได้อยู่กับที่ มีการเดินทางอยู่ตลอดเวลา ผู้ป่วยไม่สามารถที่จะรอได้ต้องการการรักษาอย่างทันที”

“ระบบแพทย์ทางไกลที่ตอบโจทย์ คือ ระบบโทรศัพท์ทางไกล ผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน สามารถให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเชื่อมต่อ ให้คำปรึกษาได้ตลอดเวลา ปัจจุบัน ซึ่งเข้าสู่โครงการระยะที่ 2 มีโรงพยาบาลเข้าร่วมโครงการฯ และเชื่อมกับระบบประมาณ 289 แห่ง จากในระยะแรกมี 13 แห่ง แบ่งเป็น โรงพยาบาลในจังหวัดพิษณุโลก 157 แห่ง และโรงพยาบาลในจังหวัดสุโขทัย 132 แห่ง”

BTFP Naresuan University_7ในภาพรวมของโครงการนั้น การพัฒนาระบบแพทย์ทางไกล ได้ทำการศึกษาวิเคราะห์ถึงปัญหาด้านการสื่อสาร การใช้และแก้ไขด้วยระบบเทคโนโลยี การเข้าถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้เหมาะสมทุกช่วงเวลา และพฤติกรรมส่วนใหญ่ของแพทย์ที่พร้อมให้คำปรึกษาแบบเร่งด่วนฉุกเฉิน ดังนั้น การผลักดันระบบแพทย์ทางไกลผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล ผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ และด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารปัจจุบันและในอนาคตที่มีความรวดเร็วมากขึ้น

ซึ่งการพัฒนาระบบดังกล่าว จะต้องพัฒนาในประเด็นหลักๆ นั่นคือ

1.ศูนย์ข้อมูล (Data Center) ระบบสัญญาณภาพ เสียง ความคมชัดและเป็นปัจจุบัน อาทิ การรักษาการอ่านภาพระบบ DICOM (Digital Imaging and Communications in Medicine) ของผู้ป่วยในลักษณะดิจิทัล โดยสามารถสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างการรักษาได้

2.การให้คำปรึกษา (Consultant) โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญใช้สมาร์ทโฟนหรือ แท็บเล็ต ผ่านการสื่อสารด้วย VDO Call อาจเป็นเคสการผ่าตัด หรือ กรณีผิดปกติทางร่างกาย การตรวจครรภ์ทางไกล ด้วยเทคโนโลยี Augmented Reality (AR) ทำให้อำนวยความสะดวกในการสื่อสารระหว่างผู้รับคำปรึกษา (พยาบาล) และผู้ให้คำปรึกษา (แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ) แบบทันทีทันใด เปรียบเสมือนอยู่ในสถานที่เดียวกัน

3.E-Learning การสื่อสารผ่านระบบมัลติมีเดียสามารถถ่ายทอดเรื่องราวและเนื้อหาทางการรักษา ซึ่งนักเรียนแพทย์สามารถสื่อสารกับแพทย์ที่กำลังทำการรักษาผู้ป่วยได้ และสามารถเก็บเป็นฐานข้อมูลในการศึกษาหรือตัวอย่างโรคในครั้งต่อไป

ซึ่งการพัฒนาในระยะที่ 1 เป็นการเตรียมความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที การเชื่อมต่อฐานข้อมูลทางการแพทย์ที่หลากหลาย ทั้งความแตกต่างเรื่องวิธีการเก็บเวชระเบียน (HIS) โครงสร้างของฐานข้อมูลยา เพื่อรองรับการเชื่อมต่อในส่วนบริการผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน ในระยะที่ 2 ต่อไป

พัฒนา 4 แอพพลิเคชั่น ครบวงจรทางการแพทย์

ส่วนโครงการในระยะที่ 2 เป็นการขยายผลระบบประสิทธิภาพการทำงานของระบบ ทั้งในแง่ของ การเชื่อมต่อฐานข้อมูลทางการแพทย์ ที่รองรับ HIS ของโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลชุมชนได้มากขึ้น รวมถึงเสถียรภาพของระบบที่มากขึ้น ซึ่งในระยะนี้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นแอพพลิเคชั่นต้นแบบ และเริ่มการใช้งานจริง 4 แอพพลิเคชั่น ด้วยกัน ที่เข้ามารองรับลักษณะการใช้งานที่ต่างกันของ แพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ ประชาชน รวมถึง อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. ประกอบด้วย แอพพลิเคชั่น หมอรู้จักคุณ NU med, หมอรู้จักคุณ PCC Team, หมอรู้จักคุณ ภาคอสม. และ หมอรู้จักคุณ ภาคประชาชน  

หมอรู้จักคุณ  NU med เชื่อมหมอกับคนไข้

เป็นแอพฯ ระบบการให้คำปรึกษาทางไกลผ่านสมาร์ทโฟน สำหรับแพทย์และพยาบาล ซึ่งได้พัฒนาฟังก์ชันการจัดตารางเวรเพื่อให้คำปรึกษา สามารถสนทนาและส่งข้อมูลภาพและวิดีโอแบบกลุ่มได้ พัฒนาฟังก์ชันการค้นหาข้อมูลผู้ป่วยด้วยเลขบัตรประชาชน 13 หลัก รวมถึงพัฒนาระบบการปรึกษาแบบแยกตามกลุ่มความเชี่ยวชาญของแพทย์

นอกจากนี้ได้พัฒนาระบบได้ทำการจัดเก็บและบริหารจัดการข้อมูล จากระบบศูนย์ข้อมูลบนคลาวด์มายังเซิร์ฟเวอร์ประจำสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ให้สามารถใช้ข้อมูลได้สะดวกยิ่งขึ้น อีกทั้งยังได้พัฒนาโดยการสร้างระบบ Web Admin สำหรับดูแลและจัดการผู้ใช้งานให้กับโรงพยาบาลต้นสังกัดเป็นผู้ดูแล เป็นต้น

BTFP Naresuan University_2

PCC Team หมอครอบครัว

เป็นแอพฯ สำหรับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และทีมแพทย์หมอครอบครัว พยาบาล รพ.สต. เพื่อการทำงานด้านส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ใช้ในการลงเยี่ยมบ้านหรือติดต่อผู้ป่วย เพื่อการลงข้อมูลผู้ป่วยง่ายขึ้น ไม่ซ้ำซ้อน

มีฟังก์ชั่นการทำงานที่อาศัยเทคโนโลยีสมัยใหม่หลายรายการ อาทิ ระบบการตรวจสอบข้อมูลสุขภาพของคนในชุมชนผ่านเทคโนโลยี Face ID และระบบการรายงานเหตุการณ์แบบเรียลไทม์ ระบบสนทนาออนไลน์ เพื่อตรวจสอบข้อมูลประวัติการการติดตามคนป่วยเพื่อการรักษาให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

สามารถให้การปรึกษาผ่านแท็บเล็ตและเทคโนโลยี AR อาทิ ระบบเทคโนโลยีเสมือนจริงด้านการผ่านตัดให้การรักษาได้ทุกพื้นที่ และยังมีฟังก์ชันอ่านฟิล์มเอ็กซ์เรย์บนแท็บเล็ต รวมทั้งยังได้พัฒนาระบบการให้คำปรึกษาผ่านเทคโนโลยีโฮโลแกรมด้วยแว่นแสดงภาพเสมือนจริง

BTFP Naresuan University_4

หมอรู้จักคุณ สำหรับอสม.

เป็นแอพฯ สำหรับ อสม.ใช้ในการทำงานด้านเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรค การฟื้นฟูสุขภาพ ติดตามคุ้มครองผู้บริโภค ที่เชื่อมต่อกับภาคประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์ สร้างความสะดวกในการตรวจสอบสุขภาพของคนในชุมชน ระบบรายงานเหตุการณ์แบบทันทีทันใด ระบบรายงานประจำเดือน บันทึกผลและรายงานลูกน้ำยุงลาย ปัจจุบันมีประชาชนโหลดใช้ราว 3 พันคน

หมอรู้จักคุณ ภาคประชาชน 

และอีกภาคส่วนสำคัญ แอพฯ สำหรับประชาชน เพื่อใช้สำหรับการเข้าถึงข้อมูลการแพทย์ของตัวเอง มีระบบปัญญาประดิษฐ์ ประเมินสุขภาพของตตนเองจากการวิเคราะห์ข้อมูลประวัติทางการแพทย์ที่มีอยู่ รับข่าวสารจากสาธารณสุข พร้อมฟังก์ชั่นพิเศษที่ประชาชนสามารถติดต่อภาวะฉุกเฉินผ่าน สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ(สพฉ.) ศูนย์สื่อสารสั่งการ สายด่วน 1669 พร้อมส่งพิกัดแบบอัตโนมัติ ปัจจุบันมีประชาชนโหลดใช้ราว 4 พันคน

ลงพื้นที่ รพ.บางระกำ

ทั้งนี้ กทปส. ได้นำคณะสื่อมวลชน ลงพื้นที่ของ ณ โรงพยาบาลบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก เพื่อเก็บข้อมูลการใช้งานแอพพลิเคชั่นต่างๆ จริง โดยได้รับข้อมูลจาก นายแพทย์เชาวลิต คุ้มจุ้ย นายแพทย์ชำนาญการ โรงพยาบาลบางระกำ ประธานสาธารณะสุข และ อาสาสมัครสาธารณสุข ประจำหมู่บ้าน และประชาชน

ซึ่งจากการใช้งานจริงมาราว 2 เดือน ในภาพรวมนั้นทั้ง 4 แอพพลิเคชั่น ผู้ใช้สามารถสร้างประโยชน์จากแอพฯ ดังกล่าวได้จริง โดยในช่วงต้นสามารถเรียนรู้และปรับการทำงานแบบคู่ขนานกับระบบเดิม และเริ่มมีความคล่องตัวจากการใช้แอพพลิเคชั่นต้นแบบ ซึ่งคาดว่าระบบดังกล่าวจะสามารถใช้เป็นเครื่องมือในทางการแพทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แต่อย่างไรก็ตาม ปัญหาและอุปสรรคของการใช้งานแอพพลิเคชั่นก็มีบ้าง อาทิ จำนวนผู้ใช้งานที่เป็นแพทย์และพยาบาลในโรงพยาบาลบางระกำยังมีจำนวนไม่มากนัก อาจทำให้การเก็บข้อมูลของแอพพลิเคชั่นต้นแบบไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์

ขณะที่อีกปัญหา คือ ความไม่คุ้นชินกับการใช้งานเทคโนโลยีของกลุ่มอสม.บางช่วงวัย และบางฟังก์ชั่นของแอพฯ หมอรู้จักคุณ ภาค อสม. ยังใช้งานไม่ได้เต็มประสิทธิภาพ เมื่อเปรียบเทียบกับแอพฯ ในลักษณะคล้ายกันกับของเอกชนที่ อสม. ใช้อยู่ก่อนหน้า

สำหรับแผนการพัฒนาโครงการในอนาคตนั้น ทาง กทปส.และมหาวิทยาลัยนเรศวร ตั้งความหวังถึงการเชื่อมโยงเครือข่ายโรงพยาบาลทั่วประเทศ โดยหากระบบแพทย์ทางไกลได้รับการส่งเสริมพัฒนาได้ครอบคลุมทั่วประเทศจะสามารถลดปัญหาด้านทรัพยากรบุคคลทางการแพทย์ งบประมาณ ช่องว่างทางการรักษาได้ ซึ่งเทคโนโลยีเป็นบทบาทสำคัญในการพัฒนาวงการแพทย์ ในอนาคตหากได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จะสามารถช่วยให้ผู้ป่วยสามารถสื่อสารกับแพทย์ได้โดยตรง เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนและกระบวนการทางการแพทย์แบบครบวงจรอย่างแท้จริง

Tele Health Showcase Naresuan University แอพพลิเคชั่น หมอรู้จักคุณ ภาค อสม.

 

Related Articles

BannerWeb_CIOworld_3
SDWAN NSS Lab
CEBIT 300x250

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget
communication

Categories

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com