www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

สร้างประสบการณ์ลูกค้าด้วย Indoor Location-based Services

สร้างประสบการณ์ลูกค้าด้วย Indoor Location-based Services
August 01
11:59 2018

Indoor Location-based Services หรือ การให้บริการด้านตำแหน่งในอาคาร ได้รับการคาดหมายว่าจะมีขนาดทางธุรกิจใหญ่ ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตมากกว่า LBS แบบกลางแจ้ง และจะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างประสบการณ์ดิจิทัลให้ลูกค้า

HPE1 662x190

ย้อนหลังไปร่วม 50 ปี ราวปี ค.ศ.1970 การให้บริการด้านตำแหน่งทางภูมิศาสตร์เกิดขึ้นครั้งแรก ที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า Global Positions Systems (GPS) เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาโดยกระทรวงกลาโหมของสหรัฐอเมริกา หลังจากนั้นราว 10 ปี อเมริกาก็ยอมให้เอกชนสามารถนำ GPS ไปพัฒนาในเชิงพาณิชย์ให้เข้ากับสินค้าและบริการต่างๆ บนอุปกรณ์เฉพาะกิจสำหรับการนำทาง ธุรกิจขนส่ง และทางทหาร

ต่อมา เมื่อโลกเดินเข้าสู่ยุคของโทรศัพท์เคลื่อนที่มีการประยุกต์ใช้ข้อมูลมากขึ้น อาศัยเทคโนโลยีจากระบบเครือข่ายไร้สาย สามารถระบุตำแหน่งผู้ใช้งานได้ ผนวกกับเมื่อโทรศัพท์มือถือสามารถใช้ GPS และมีการเทคโนโลยีการสื่อสาร 2.5G เริ่มเป็นที่ต้องการของตลาดผู้ใช้บริการ โดยอุปกรณ์พกพาเคลื่อนที่ เช่น โทรศัพท์มือถือ PDA หรืออุปกรณ์อื่นๆ ผ่านสัญญาณเครือข่ายของผู้ให้บริการนั้นๆ การใช้งานเรื่องการระบุตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ก็พัฒนาขึ้น

และเมื่อสมาร์ทโฟนได้ปฏิวัติในทุกๆ วงการเทคโนโลยี มาพร้อมกับโซเชียลมีเดีย บริการด้านตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ Location-based Services (LBS) ก็กลับมามีชีวิตอีกครั้งผ่าน Foursquare, Facebook Place, Google Map และโซเชียลมีเดียรูปแบบต่างๆ มันคือ การบริการข้อมูล (Data Services) ผนวกการให้บริการตำแหน่ง ที่สามารถประยุกต์ใช้ได้ในหลายๆ รูปแบบ อาทิ บริการนำทาง, ข้อมูลการจราจร แผนที่ท่องเที่ยว

LBS ที่กล่าวมาเป็นเรื่องของ Outdoor Location-based Services หรือการบริการข้อมูลพร้อมสถานที่แบบ กลางแจ้ง หรือนอกอาคาร ซึ่งยังมีข้อจำกัดในการใช้งาน และถือว่าเป็นเทคโนโลยีเก่า ความแม่นยำในการระบุตำแหน่งไม่ละเอียดมากนัก ราวรัศมี 10 เมตร (สามารถตอบโจทย์การใช้งานแบบกลางแจ้ง เช่น การหาแลนด์มาร์คสำคัญๆ ขนาดใหญ่ แต่อาจคลาดเคลื่อนถ้าต้องการความละเอียดของสถานที่ในระดับ 3-5 เมตร)

Indoor LBS กำลังมา

แต่ในช่วง 4-5 ปี ที่ผ่านมา แนวคิดที่มาพร้อมเทคโนโลยี Indoor Location-based Services หรือ การให้บริการด้านตำแหน่งในอาคาร กลับได้รับการคาดหมายว่าจะมีขนาดทางธุรกิจใหญ่ และส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตมากกว่า LBS แบบกลางแจ้งหรือนอกอาคาร ที่วิ่งอยู่บน GPS หรือเทคโนโลยีของโทรศัพท์มือถือ เหตุเพราะเราใช้ชีวิตอยู่ในอาคาร ร้านค้า สถาบันการศึกษา หรือแม้กระทั่งสนามกีฬา มากกว่า ในมุมหนึ่งความต้องการและการประยุกต์ใช้ข้อมูลกับสถานที่ในเชิงธุรกิจมีความชัดเจนและจำเป็นสอดรับกับพฤติกรรมมากกว่า

Indoor LBS Market Adoption (Cr: https://www.technavio.com/blog/top-33-indoor-location-based-services-lbs-companies-in-the-us)

Indoor LBS Market Adoption (Cr: https://www.technavio.com/blog/top-33-indoor-location-based-services-lbs-companies-in-the-us)

อีกเหตุผลสำคัญประการหนึ่งที่เร่งให้ Indoor Location-based Services มีแนวโน้มจะได้รับความนิยมมากขึ้น คือ การเพิ่มขึ้นของจุดให้บริการ Wi-Fi หรืออุปกรณ์แอคเซสพอยท์สามารถนำไปใช้สร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจต่างๆ ถ้าดูจากงานวิจัยเกี่ยวกับธุรกิจการค้าปลีกและการท่องเที่ยวทั่วโลกพบว่า การมีบริการ Wi-Fi ให้ใช้ มีบทบาทสำคัญมากในการสร้างประสบการณ์ที่น่าพึ่งพอใจให้แก่ลูกค้า ข้อเท็จจริงที่ชัดเจนมากๆ ที่พบบ่อยๆ คือทุกๆ 1 ในลูกค้า 10 คนจะเดินออกจากสถานที่นั้นทันทีถ้าหากพบว่าสถานที่นั้นไม่มี Wi-Fi ให้บริการ

นั่นเป็นเหตุให้ผู้ประกอบการที่ให้บริการใช้สถานที่ทุกวันนี้ อย่างเช่น สนามบิน ศูนย์การค้า สนามกีฬาและโรงแรม จึงต้องนำเทคโนโลยีบริการระบุตำแหน่งของสถานที่ เข้ามาให้บริการในอาคาร โดยเป็นเทคโนโลยีการให้ข้อมูลเชิงภูมิศาสตร์แบบเรียลไทม์บนอุปกรณ์พกพาหรือสมาร์ทโฟน เพื่อให้ข้อมูลที่มีประโยชน์แก่ผู้มาเยี่ยมเยือน

เรียกได้ว่า Indoor Location-based Services เป็นอีกโลกหนึ่งของ ข้อมูลเชิงภูมิศาสตร์ แต่อยู่ในอาคาร ร้านค้า นั่นเอง

เทคโนโลยี Indoor Location-Based Services เป็นที่จับตาของเวนเดอร์ใหญ่ๆ ทั่วโลก ทั้ง กูเกิ้ล เอชพีอี-อรูบ้า โนกีย ซิสโก้ อีริคสัน ไมโครซอฟท์ รวมถึง แอปเปิ้ล และอีกหลายๆ ค่าย ที่ต่างมีความเคลื่อนไหวและซุ่มพัฒนากันมาหลายปี ถ้ามองจากความเคลื่อนไหวของดีมานด์ หรือฝั่งธุรกิจจะเห็นมีการใช้งาน Indoor Location-Based Services ตั้งแต่ปี 2013 ในซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ รวมถึงในสนามบิน

Meridian

อย่างเช่น สนามบินนานาชาติอินชอนของเกาหลีไต้ได้เลือกเทคโนโลยีบริการระบุตำแหน่งของอรูบ้า มาใช้งานในสนามบิน LBS ช่วยให้ผู้ใช้สนามบินได้รับข้อมูลเกี่ยวกับเที่ยวบินของตนล่าสุด และหาสถานที่ต่างๆ ในสนามบินหรือบริเวณใกล้เคียงและสถานที่ให้บริการต่างๆ อย่างเช่น ร้านอาหาร ศูนย์ให้บริการทางธุรกิจและห้องน้ำ โดยการให้บริการข้อมูลข่าวสารแบบเรียลไทม์ส่งตรงถึงสมาร์ทโฟนของลูกค้า

Ozer Dondurmacioglu of Aruba Networks_

โอเซอร์ ดอนเดอร์มาเซียวกลู รองประธานและผู้จัดการทั่วไป แอพพลิเคชั่น เมอริเดียน ของอรูบ้า

โอเซอร์ ดอนเดอร์มาเซียวกลู รองประธานและผู้จัดการทั่วไป แอพพลิเคชั่น เมอริเดียน ของอรูบ้า บริษัทหนึ่งในเครือของฮิวเลตต์แพคการ์ดเอ็นเตอร์ไพรส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการระบุตำแหน่งกล่าวว่า “เทคโนโลยี Indoor Location-Based Services นั้นจะเข้ามาเปลี่ยนโลกดิจิทัลในเชิงของพื้นที่ภายในอาคาร เช่น ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ โรงพยาบาล สถานศึกษา รวมถึงวิธีการเก็บข้อมูล การสร้างความสัมพันธ์ และประสบการณ์ลูกค้าในรูปแบบใหม่ให้เกิดขึ้น โดยอาศัยการทำงานที่ประสานกันของ อุปกรณ์ปลายทางสมาร์ทโฟน (หรือตัวรับ-ส่งสัญญาณ) แผนที่และซอฟต์แวร์ที่ชาญฉลาด และแอคเซสพอยท์รุ่นใหม่ๆ ที่ผนวกเอาความสามารถในการเก็บข้อมูลไว้ในตัว”

สร้างประสบการณ์ลูกค้าครั้งใหม่ด้วย Indoor LBS

เทรนด์การดูแลลูกค้าหรือสร้างประสบการณ์ลูกค้านั้น ทั้งองค์กรต้องทำงานสอดประสานกัน ไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในองค์กรอีกต่อไป ยกตัวอย่างเช่น การลงทุนด้านซอฟต์แวร์หรือระบบไอทีเพื่อสร้างประสบการณ์ลูกค้า เพิ่มยอดขาย หรือแม้การติดตามเฝ้าระวังสินทรัพย์สำคัญในองค์กร ไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายไอที หรือฝ่ายการตลาด หรือฝ่ายอาคารสถานที่ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่นี่คือเรื่องที่ ธุรกิจต้องหันหน้ามาคุยกับไอทีและเดินไปพร้อมกัน

โอเซอร์ อธิบายว่า “ในเรื่อง Indoor Location-Based Services ก็เช่นกัน สิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะการทำงานของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ฝ่ายไอทีคงไม่ได้อยู่ดีๆ แล้วลุกขึ้นมายกเครื่องระบบไร้สายในองค์กรหากไม้ได้คุยกับฝั่งธุรกิจถึงความต้องการที่จะสร้างประสบการณ์ครั้งใหม่ให้ลูกค้าด้วยเครือข่ายในองค์กรที่มีอยู่ได้อย่างไร”

“ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจากการตัดสินใจระหว่างไอทีกับธุรกิจในเรื่อง Indoor Location-Based Services อาจมองได้ในหลายๆ มิติ หลักๆ คือ ฝั่งของพนักงานไอที ที่สามารถบริหารจัดการระบบเครือข่ายไร้สายในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พวกเขาสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากการลงทุนด้านเครือข่ายให้เกิดประโยชน์ในเชิงธุรกิจอย่างชัดเจน”

“ขณะที่ฝั่งธุรกิจ เทคโนโลยี Indoor Location-Based Services ตอบโจทย์หลายๆ เรื่องทั้งในเชิงของการตลาด การสร้างประสบการณ์ลูกค้า สร้างบริการใหม่ๆ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ ที่สามารถแปลงไปเป็นลูกเล่นเพื่อส่งเสริมการขายได้ เพราะในท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะลงทุนเทคโนโลยีอะไรหรือจะคิดแคมเปญการตลาดแบบไหน เก็บข้อมูลลูกค้าไปอย่างไร ก็เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้า สร้างการมีส่วนร่วมในมิติต่างๆ เกิดความภักดีต่อสินค้าและบริการนั่นเอง”

ประคุณ เลาหกิตติกุล ผู้จัดการประจำประเทศไทย อรูบ้า

ประคุณ เลาหกิตติกุล ผู้จัดการประจำประเทศไทย อรูบ้า

ประคุณ เลาหกิตติกุล ผู้จัดการประจำประเทศไทย อรูบ้า บริษัทหนึ่งในเครือของฮิวเลตต์แพคการ์ดเอ็นเตอร์ไพรส์ เสริมว่า “การประยุกต์ใช้ Indoor Location-Based Services มีให้เห็นในหลายๆ อุตสาหกรรม ยกตัวอย่างเช่นในโรงพยาบาลขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ตัดสินใจยกเครื่องระบบไร้สายภายในเพื่อการสื่อสารที่ดีขึ้นและสร้างบริการรูปแบบใหม่เพื่อประสบการณ์ของลูกค้าคือ ระบบการติดตามสัญญาณรถเข็นผู้ป่วยในโรงพยาบาล ด้วยอุปกรณ์ขนาดเล็กอย่าง Aruba Beacons ที่เชื่อมสัญญาณกับระบบไร้สาย สามารถลดข้อผิดพลาดของการพบแพทย์ ลดระยะเวลาในการเข้าถึงแพทย์ และสามารถรับรู้สถถานะแบบเรียลไทม์ว่ารถเข็น (ผู้ป่วย) อยู่จุดใดในโรงพยาบาล”

“หรือในการใช้งานสำหรับพื้นที่ขนาดใหญ่อย่างสนามกีฬากลางแจ้ง การหาจุดหรือที่นั่งได้ถูกต้องและรวดเร็วสำหรับคนหลายหมื่นไม่ใช่เรื่องง่าย รวมถึงการหาที่จอดรถว่าง หรือการหารถตัวเองที่จอดไว้ได้ ในต่างประเทศเองมีการใช้ Indoor Location-Based Services ในกรณีดังกล่าวด้วย”

 

mg-module1-misplaced-assets_580x320

นอกจากนั้นสนามบินนานาชาติหลายๆ ที่ รวมถึงห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ก็เริ่มใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้ ถึงเวลาแล้วที่ผู้ประกอบการที่ให้บริการใช้สถานที่ทั้งหลายของไทยต้องถามตนเองว่าจะหาหนทางสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่เพิ่มความพึ่งพอใจในการเชื่อมต่อแก่ลูกค้าผู้มาเยือนได้อย่างไรโดยใช้เทคโนโลยี Indoor Location-Based Services” ประคุณ สรุป

Asset Tracking with Meridian Location Services

Related Articles

BannerWeb_CIOworld_1

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget

Categories

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com