www.cioworldmagazine.com

 Breaking News
  • Formjacking ภัยร้ายจ้องเก็บข้อมูลชำระเงินออนไลน์ ไซแมนเทค พบภัยคุกคามข้อมูลบัตรเครดิต Formjacking มีจำนวนเพิ่มขึ้น แฝงตัวในแบบฟอร์มการชำระเงินบนเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ Ticketmaster และ British Airways โดนมาแล้ว...
  • ธุรกิจแพคเกจจิ้งเอสซีจี เผยกลยุทธ์ปี 62 ธุรกิจแพคเกจจิ้ง เอสซีจี เผยกลยุทธ์ผลักดันการเติบโตของธุรกิจ เพื่อมุ่งสู่การเป็น Total Packaging Solutions Provider หรือคู่คิดด้านบรรจุภัณฑ์ครบวงจรอย่างยั่งยืน ด้วยการเดินหน้าขยายฐานการผลิตบรรจุภัณฑ์ในอาเซียนการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้า บริการ และกระบวนการผลิต และการขับเคลื่อนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า...
  • พันธวณิช คว้ารางวัล THAILAND TOP COMPANY AWARDS 2019 พันธวณิช ผู้ให้บริการบริการระบบจัดซื้ออิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำ คว้ารางวัล THAILAND TOP COMPANY AWARDS 2019 ประเภท The Best eServices Provider องค์กรที่ให้บริการดิจิทัลเป็นเลิศ...
  • Digitalized Economy คาดการณ์ไอทีสำหรับองค์กรในปี 2562 “ไอดีซีประเทศไทยเปิดเผยการคาดการณ์ไอทีสำหรับองค์กรในปี 2562 และปีต่อไปเศรษฐกิจดิจิทัลจะนำไปสู่การแข่งขันที่ทวีความรุนแรง เกิดการปรับตัวใช้งานเทคโนโลยีไอทีและดิจิทัลกับองค์กรระดับกลางในประทศมากขึ้น ผู้นำต้องเร่งพิจารณาเทคโนโลยีมาสร้างโอกาสในการเติบโตทางเศรษฐกิจยุคใหม่”...
  • dtac ร่วมสนับสนุนความก้าวหน้าวงการ E-Sports dtac ตอบรับกระแสเกม ร่วมสนับสนุนวงการ E-Sports จับมือ การีนา เปิดตัวงานแข่งขัน Free Fire Thailand Championship 2019 Presented by dtac...

จะเป็น Thailand 4.0 ได้อย่างไร ถ้าการศึกษาไทยยังคงเป็น Education 0.4

จะเป็น Thailand 4.0 ได้อย่างไร  ถ้าการศึกษาไทยยังคงเป็น Education 0.4
September 21
14:45 2018

“การศึกษาบ้านเรามีความสำคัญเร่งด่วนพอๆ หรือมากกว่ากับการสร้าง SMART CITY หรือ DIGITAL PARK ที่ต้องเร่งดำเนินการปฏิรูปการเรียนรู้ให้กับเด็กไทยได้เข้าก้าวสู่ Thailand 4.0 อย่างเป็นรูปธรรมในหลายด้าน คงไม่มีใครอยากเห็นประเทศที่พยายามก้าวไปสู่ 4.0 ด้วยระบบการศึกษาแบบ 0.4 แน่นอน”

“วันหนึ่งผมจะกลับไปสอนหนังสืออีกครั้ง เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่ผมคิดว่า ผมทำได้ดีกว่าการเป็นซีอีโอ”แจ๊ค หม่า กับการให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg TV ซึ่ง หลังจากที่ท่านผู้อ่านได้อ่านบทความนี้แล้วทุกท่านก็คงได้ทราบว่าส่งที่เขาให้สัมภาษณ์ไปนั้น เป็นจริงหรือไม่

HPE1 662x190

โดยข่าวรายงานว่าเขามีแผนเตรียมประกาศวางมือจากอาลีบาบาในวันจันทร์ที่ 10 ก.ย. ซึ่งตรงกับวันครูของประเทศจีนและเป็นวันที่เขามีอายุครบ 54 ปีอีกด้วย เพื่อทุ่มเทเวลาให้มูลนิธิเพื่อการศึกษา และจะกลับไปเป็นครูสอนหนังสือ แต่ยังไงก็ตาม แจ็ค หม่า จะยังคงอยู่ในคณะกรรมการอาลีบาบา และยังคงเป็นที่ปรึกษาคอยให้ คำแนะนำในการบริหารอยู่ซึ่งยังคงมีบทบาทสำคัญกำหนดกลยุทธ์บริษัท

แจ็ค หม่า อดีตครูสอนภาษาอังกฤษผู้นี้ยังให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า เขาได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างจาก บิล เกตส์ ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟท์ ที่เป็นต้นแบบการทำงานในมูลนิธิการกุศล ทั้งในด้านการศึกษา สุขภาพ ช่วยเหลือผู้ยากจน เขาบอกถึงความตั้งใจจะกลับไปสอนหนังสืออีกครั้ง และการเป็นคุณครูสอนหนังสือนี่แหละที่เขาจะทำได้ดีกว่าการเป็นซีอีโออาลีบาบา

อภิสิทธิ์ผู้เขียนเองเชื่อในสิ่งที่คุณแจ็ค หม่า กล่าวเพราะในฐานะที่ผู้เขียนสั่งสมวิชาและศาสตร์การสอนจาก ครุศิลป์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งจะครบ 50 ปีในวันที่ 25 กันยายน นี้ และการทำงานด้าน Learning and Development จากIBMมาพอสมควรมองว่าเขาจะทำได้ดีกว่าการเป็นซีอีโออาลีบาบา เพราะการเป็นครูไม่ใช่เป็นกันง่ายๆ อย่างที่ใครว่ากันนะครับ ต้องเรียนศาสตร์การออกแบบการสอน Instructional Design ต้องมี Design Process ต้องเป็นทั้งนักวิเคราะห์ Analysis ทั้งกลุ่มเป้าหมายที่จะสอน สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เนื้อหาที่ต้องทันสมัยตลอดเวลา เทคโนโลยีที่ต้องนำมาประยุกต์ใช้

ไหนจะต้องบริหารการสอนวางแผน Design การสอนทั้งระยะยาว ระยะสั้น จากนั้นก็ Development ผลิตสื่อการสอน ดำเนินการสอน Implementation ในหลากหลายรูปแบบทั้ง ห้องเรียนบ้าง E-Learning บ้าง หลากหลายวิธีการ เสร็จแล้วยังไม่จบยังทำการวัดผล Evaluation ผู้เรียนว่าบรรลุตามวัตถุประสงค์การเรียนรู้ที่วางเอาไว้หรือไม่ สุดท้ายก็ต้องมาประเมินผลการสอนของตนเองเพื่อนำมาใช้ปรับปรุงในการสอนครั้งต่อไปซึ่งต้องต่างไปจากเดิมแน่นอนเพราะว่ามันต้องดีกว่าเดิม แล้วเราจะไม่ยกย่องครูผู้ให้การศึกษาว่าเป็นนักบริหารที่ดีได้อย่างไรครับ!!!

แน่นอน คุณแจ็ค หม่า ย่อมได้พื้นฐานการบริหารที่ดีจากการเป็นครูนี่แหละครับ ประกอบกับการได้ประสบการณ์ตรงจากการดำเนินธุรกิจ การมองภาพเทคโนโลยีได้อย่างเห็นถึงอนาคต รวมถึง Passion ที่มองผลประโยชน์ประเทศชาติและคุณค่าของการพัฒนามนุษย์ด้วยการศึกษาผมเชื่อมั่นเหลือเกินว่าถ้าทำจริงดังที่กล่าวไว้ เขาจะกลับไปเป็นครูที่ดีและยิ่งใหญ่กว่าซีอีโอเป็นแน่แท้

2ลองย้อนกลับมาดูข่าวนี้สำหรับคนไทย เราน่าจะได้ตระหนักถึงอะไรบ้างว่าทำไมแจ็ค หม่าถึงจะต้องกลับมาเป็นครู? ทำไมคนระดับเศรษฐี และบริษัทเทคโนโลยีควรทำเรื่องการศึกษา? ผมหวังว่าข่าวชิ้นนี้น่าจะกระตุ้นให้เศรษฐีนักธุรกิจไทย บริษัทเทคโนโลยีของประเทศและต่างประเทศที่มาทำธุรกิจหากินกับคนไทยได้ใคร่ครวญถึงบทบาทของตนต่อการช่วยการศึกษาของเด็กไทยได้บ้าง

ไม่ใช่เพียงบริจาคเงินสิ่งของหรือให้ทุนการศึกษาเท่านั้น แต่ยังแปรประสบการณ์การบริหารธุรกิจเพื่อมาเป็นการยกระดับการศึกษาเพื่ออนาคตของประเทศอย่างจริงจัง The Next Big Thing คือเราจะเชื่อมโยงเทคโนโลยีประสบการณ์ที่มีให้เข้าสู่กระบวนการศึกษาในทุกระดับได้อย่างไร หรือจะทำอย่างไรที่จะเชื่อมการศึกษากระจายการศึกษาสร้างแรงบันดาลใจให้ครูและนักเรียนให้ไม่หยุดที่จะแสวงหาความรู้ใหม่ๆ ที่จะนำมาซึ่งโอกาส

ไม่ว่าจะเป็นด้านธุรกิจหรือสังคมเพื่อยกระดับความคิดความอ่านของผู้คนให้เกิดการเรียนรู้ตลอดเวลา เราต้องกระตุ้นให้สถาบันการศึกษาเข้าใจโอกาสที่จะใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่ในการส่งต่อความรู้และการสอนให้นักเรียนยุคนี้คิดเองทำเอง ซึ่งทุกวันนี้ก็น่ายินดีที่หลากหลายองค์กรภาคธุรกิจ และเทคโนโลยีเริ่มจับมือทำหลักสูตรกับสถาบันการศึกษาเพื่อเป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้บ้าแล้ว

การศึกษาในยุค Thailand 4.0 ควรเป็นเช่นไร
การศึกษาในยุค Thailand 4.0 มีความหมายมากกว่าการเตรียมความพร้อมของคนหรือให้ความรู้กับคนเท่านั้น แต่เป็นการเตรียมมนุษย์ให้เป็นมนุษย์ คือ นอกจากให้ความรู้แล้ว ต้องมีคุณธรรม และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ด้วย เน้นทักษะในการคิดวิเคราะห์เป็นหลัก โดยจะต้องผลิตนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเป็นฐานในการพัฒนาประเทศ และติดต่อค้าขายกับนานาประเทศได้ด้วย

3ด้วยประการนี้ครับการศึกษาบ้านเราจึงมีความสำคัญเร่งด่วนพอๆ หรือมากกว่ากับการสร้าง SMART CITY หรือ DIGITAL PARK ที่ต้องเร่งดำเนินการปฏิรูปการเรียนรู้ให้กับเด็กไทยได้เข้าก้าวสู่ Thailand 4.0 อย่างเป็นรูปธรรมในหลายด้าน เช่น การพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเป็นหัวใจสำคัญในการสื่อสารกับนานาชาติ ทั้งเพื่อการติดต่อสื่อสาร การประสานความร่วมมือ และการค้าขาย การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์หรือวิชาใหม่ๆ เช่น IoT,AI,ML หลักสูตรสร้างนวัตกร ที่จะนำไปสู่การสร้างนวัตกรรมได้ในที่สุด

และอีกเรื่องที่ขาดไม่ได้คือการพัฒนาเทคโนโลยีการศึกษาและปรับปรุงตำราเรียนให้มีมาตรฐาน เพราะตำราที่ดีจะช่วยส่งเสริมและกระตุ้นให้เด็กอยากรู้ อยากเห็น อยากตั้งคำถาม ดังนั้น ตำราเรียนต้องตอบสนองต่อผู้เรียนจริงๆ เช่น มีรูปเล่มสวยงาม มีภาพประกอบInfographicที่ดี มีการเชื่อมไปยังเว็บไซต์หรือ QR, AR เชื่อมโยงแบบออนไลน์ เป็นต้น

จะเห็นได้ว่านี่แค่การพัฒนาในการศึกษาขั้นพื้นฐาน การพัฒนาบุคลากรครู และการพัฒนาเทคโนโลยีการศึกษาให้ตามการก้าวไปอย่างรวดเร็วของโลกยุคดิจิทัลนะครับการศึกษาไทยเรายังต้องรีบเร่งตามให้ทันเพราะความรู้มันเยอะเหลือเกินทุกสิ่งล้วนถูกนำมาเป็นเนื้อหาการสอนที่ทันสมัยได้อย่างตลอดเวลา การถอดบทเรียนจากปรากฏการณ์สำคัญๆ ถอดองค์ความรู้จากประสบการณ์การทำงานจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากซึ่ง กระบวนการทางการศึกษานี่แหละจะเป็นสิ่งสำคัญเชื่อมองค์ความรู้กับผู้เรียนครับ

A1

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

BannerWeb_CIOworld_3
communication

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget

Categories

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com