www.cioworldmagazine.com

 Breaking News
  • AIS ใช้ Big Data สร้างโปรแกรมดูแลลูกค้า Serenade AIS ใช้ ฺฺBig Data สร้างความสำเร็จโปรแกรมดูแลลูกค้า Serenade วิเคราะห์ข้อมูลชั้นสูง เรียนรู้และแบ่งกลุ่มตามไลฟ์สไตล์ ให้สิทธิพิเศษตอบพฤติกรรมลูกค้า...
  • อวดโฉม หุ่นยนต์สายพันธุ์นักรบ GJS Geio บันเลือง ชินอินเตอร์ ยกทัพหุ่นยนต์สายพันธุ์นักรบ GJS Geio ครั้งแรกในไทย หุ่นยนต์นักต่อสู้ที่ควบคุมด้วยแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต เติมเต็มความมันส์ให้นักเล่นเกม เพิ่มอรรถรสแห่งการต่อสู่จริง (AR) ในงาน Thailand Game Expo ...
  • เอสซีจีพลิกโฉมองค์กรด้วยสตาร์ทอัพ เอสซีจี เปิดเผยกลยุทธ์Digital Transformationเน้นการพัฒนาและลงทุนกับสตาร์ทอัพพลิกโฉมองค์กรด้วยดิจิทัล หวังตอบโจทย์ลูกค้า-สร้างการเติบโตให้ธุรกิจพร้อมลงทุนสตาร์ทอัพฟอร์มเด่น ปี 62-63...
  • Fujitsu จับมือ Veeam เสนอโซลูชั่นแบ็คอัพและกู้คืนข้อมูล Fujitsu สร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจ เดินหน้าสู่ Global Premium Service Integrator ประกาศความร่วมมือ วีม ซอฟท์แวร์ เจ้าของเทคโนโลยีการจัดการข้อมูลบนคลาวด์ เสริมประสิทธิภาพการแบ็คอัพและกู้คืนข้อมูลสำหรับโครงสร้างพื้นฐานเวอร์ชวลแมชชีน...
  • dtac ประกาศแผนกระตุ้นยอดขายสมาร์ทโฟน dtac จัดแคมเปญการตลาด กระตุ้นตลาดสมาร์ทโฟนครึ่งปีหลัง ให้ลูกค้าดีแทคเติมเงินและรายเดือน ทำโปรโมชั่นราคาพิเศษสมาร์ทโฟนแบรนด์ดัง ปูพรมทั่วประเทศทั้ง ดีแทคช็อป เว็บไซต์...

ถึงเวลาในการสร้างภูมิคุ้มกันให้คนในยุค 4.0

ถึงเวลาในการสร้างภูมิคุ้มกันให้คนในยุค 4.0
November 23
15:37 2017

“สร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจ ผสานกับสร้างองค์ความรู้ให้เกิดปัญญา จะเป็นวัคซีนที่ดีที่สุดของประชาชนเมื่อกำลังจะก้าวเข้าสู่สังคมยุคไทยแลนด์4.0 ที่มีข้อมูลมหาศาลบนนั้น ทั้งเรื่องจริง เรื่องเท็จ งมงาย หรือ หลอกลวง

apisitในยุคดิจิทัลที่การติดต่อสื่อสารผ่านสื่อดิจิทัลประเภทต่างๆ โดยเฉพาะสื่อสังคมออนไลน์ มีข้อมูลขนาดใหญ่ Big Dataให้เราได้นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ และข่าวสารเรื่องราวมากมายที่เป็นปรากฏการณ์ทางสังคม เมื่อทุกคนอยู่บนโลกดิจิทัล ที่ทุกคนสามารถเป็นผู้ส่งสารผ่านเครื่องมือดิจิทัล และสื่อสังคมออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพสูง แต่ถ้าสิ่งที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็น เรื่องที่ไม่ใช่ความจริง บิดเบือน ตัดต่อ ให้เกิดความผิดเพี้ยน สร้างความสับสนขึ้นในสังคม โดยเฉพาะผู้ที่ขาดการกลั่นกรอง วิเคราะห์ข้อมูล

Banner_CIO_big one_version2

ในรอบเดือนที่ผ่านมาเราเห็นการใช้พื้นที่สื่อสังคมออนไลน์ในหลากหลายรูปแบบที่ทำให้เกิดเป็นกระแสสังคม ทั้งทางบวกหรือลบ เช่น การทำกิจกรรม “ก้าวคนละก้าว” ของคุณตูน นักร้องดัง ที่สามารุปลุกกระแสจิตอาสาภาคประชาชนร่วมกับภาครัฐ ซึ่งก็เป็นตัวอย่างที่ดีในกรณีของประชารัฐ คือรัฐและสังคมมีส่วนร่วมในการช่วยแก้ไขปัญหาในระดับต่างๆ ขณะที่การบิดเบือนข่าว บิดเบือนข้อมูล สร้างข้อมูลเท็จ สร้างวาทะกรรมที่ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของบุคคลสังคม เพื่อโยงสู่การสร้างความแตกแยกของสังคม ก็ยังมีให้เห็นในเวลาเดียวกัน

หรือล่าสุดที่กำลังระบาดหนักในยุคดิจิทัล คือการหลอกลวงประชาชนโดยใช้หน่วยราชการเป็นเครื่องมือของแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ต่างชาติ ปลอมเบอร์โทรศัพท์เป็นหน่วยราชการให้เหยื่อหลงเชื่อ อ้างอิงบุคคลในหน่วยงานมาสร้างความหน้าเชื่อถือรวมถึงการแอบอ้างข้อกฎหมายมาข่มขู่ และอาศัยความสะดวกในการทำธุรกรรมออนไลน์มาหลอกให้เหยื่อบอกข้อมูลสำคัญอันจะนำมาสู่กระบวนการทำอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ได้

หรือกรณีใช้ช่องทางการบริการของไปรษณีย์ในการหลอกลวงเหยื่อว่า ผัวพันกับการกระทำความผิด หรือมีพัสดุส่งถึงตนโดยมีวัตถุผิดกฎหมายซุกซ่อนอยู่ ทำให้ผู้หลงชื่อกลายเป็นผู้เสียหายถูกหลอกให้โอนเงินหรือข้อมูลบัญชีเพื่อแฮ็คเข้าไปกระทำความผิด

ประเด็นคำถามคืออะไรกำลังเกิดขึ้นในสังคมที่เต็มไปด้วยข้อมูลข่าวสารขนาดใหญ่ ในขณะที่เราในฐานะผู้เสพสื่อก็ไม่ดูหรือฟังความรอบด้านที่สื่อวิ่งเข้ามาเกือบทุกช่องทางการสื่อสาร เราประชาชนทั่วไปจึงอาจตกเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยอาจส่วนร่วมในการโจมตี ทำลาย ความน่าเชื่อถือ ของบุคคล องค์กร สังคมไปโดยที่เราไม่รู้ตัว

พื้นที่สื่อสังคมจึงกลายเป็นสมรภูมิข่าวสาร ที่คู่ขัดแย้งสามารถใช้ทำการปฏิบัติการข่าวสาร ไปยังผู้บริโภคโดยตรง ที่สำคัญในตอนนี้ ภูมิคุ้มกันทางจิตใจคือ สติที่มีวิจารณญาณในการกรองข้อมูลต่างๆ ผนวกด้วย การเพิ่มเติมปัญญาให้แก่คนในสังคมจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก เพราะถ้าใจของเรายังวุ่นวายสับสนกับข้อมูลมากมายเราอาจไม่ทันการเปลี่ยนแปลงของยุค 4.0 เป็นแน่ แล้วประชาชนจะก้าวตามเทคโนโลยีที่รวดเร็วเหล่านี้ได้อย่างไร?

ผู้เขียนมักเทียบเคียงการปฏิบัติการข่าวสารออนไลน์กับเรื่องของคลาวด์ซอร์สซิ่ง(Crowdsourcing) เวลาบรรยายในหลักสูตรต่างๆ ในเรื่องของการโยนประเด็นทางสังคมที่เป็นความขัดแย้งแล้วให้กลุ่มสนับสนุนดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งด้วยวิธีการทางไซเบอร์เพื่อเป็นการตอบโต้ ทำให้เกิดความสูญเสียงบประมาณ เวลา กำลังคนในการแก้ไชปัญหาหรือบางทีอาจเสียฐานข้อมูลสำคัญที่เป็นของประชาชนในกรณีมีการโจมตีฐานข้อมูลนั้น หนักขึ้นก็อาจย้อนรอยรูปแบบเดิมคือการระดมผู้คนออกมาชุมนุมซึ่งความขัดแย้งอาจกลายเป็นความรุนแรงได้ถ้าเกิดการยั่วยุกระทบกระทั่งขึ้นมา

ปัจจุบันเราจะเห็นข่าวความขัดแย้งของคนในสาธารณะมากยิ่งขึ้นในลักษณะรุนแรงและเมื่อข่าวดังกล่าวถูกนำมาเสนอในพื้นที่สื่อสังคมออนไลน์ก็กระจายออกไปมากมายและถูกขยายความส่งต่อด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่นับวันจะสร้างความขัดแย้งมากขึ้นในโครงสร้างของสังคมอย่างรวดเร็ว

1คำถามคือผู้เกี่ยวข้องรวมถึงพวกเราจะแก้ไขปัญหาอย่างไรในเรื่องนี้ เพราะถ้าไม่รีบแก้ไขก็จะเข้ากรณี เทคโนโลยีและปัญหาที่เกิดกำลังจะฆ่าสังคมและความสัมพันธ์ของคนในสังคม รวมถึงจิตใจของผู้คนในสังคม ยุค4.0

เพราะฉะนั้นสิ่งที่จำเป็นนอกจากการปรับตัวทางด้านเทคโนโลยีแล้ว การปรับตัวด้านสังคมที่ต้องให้ความรู้ความเข้าใจแก่คนในสังคม สร้างภูมิคุ้มกันในใจของประชาชน กับการที่จะอยู่กับเทคโนโลยีได้อย่างมีความสุขและใช้เทคโนโลยีเป็น อย่าให้เทคโนโลยีเข้ามามีอิทธิพลเหนือความสัมพันธ์อันดีงามทางใจระหว่างคนในสังคม

“รู้เท่าทัน” กระชับพื้นที่ความขัดแย้งบนโลกดิจิทัล
วิธีการที่ดีที่สุดในการใช้ชีวิตในยุคดิจิทัล ที่ข้อมูลมีมากมาย รวดเร็ว เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ณ เวลานี้คงได้แก่คำว่ารู้เท่าทัน มีสติในการใช้ ต้องให้ความรู้เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันอย่างถูกต้อง ทันยุค ทันสมัย ตรงกลุ่มเป้าหมาย ประเด็นปัญหาที่ควรให้ความสำคัญเร่งด่วนในขณะนี้คือ สมรภูมิ Cyber Bullying ที่เกิดขึ้น

สิ่งที่ต้องเร่งกระทำคือ กระทรวงดิจิทัลฯและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรให้ความรู้และเตือนสติกับผู้ตกเป็นเหยื่อ ดังนั้นเมื่อรัฐบาลชูนโยบาย Thailand 4.0 และใช้เครื่องมือด้าน Digital Economy เป็นเครื่องมือหลักในการขับเคลื่อน เราในฐานะผู้ที่จะร่วมเดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติในยุค4.0 นี้ เราได้สร้างองค์ความรู้ที่เป็นภูมิคุ้มกันการใช้ชีวิตและภัยคุกคามจากโลกไซเบอร์และสื่อสังคมออนไลน์ให้แก่ประชาชนในยุค Digital native แล้วหรือยัง

การให้คำแนะนำและการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต จำเป็นสำหรับประชาชนยุคดิจิทัล เพื่อให้มีความรู้และสร้างภูมิคุ้มกันจากภัยคุกคามที่มาจากเทคโนโลยี การความรู้ในเรื่องดังกล่าวจำเป็นต้องพัฒนาความรู้ การคิดเชิงวิเคราะห์ รวมถึงทักษะการสื่อสารและการจัดการสารสนเทศสำหรับยุคดิจิทัล และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

การให้ความรู้ความเข้าใจด้านดิจิทัล (Digital Literacy)มีขอบเขตในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น การอยู่บนโลกดิจิทัลอย่างมีความสุข สิทธิความรับผิดชอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้านดิจิทัลหรือไซเบอร์มารยาทในสังคมดิจิทัล สุขภาพและโรคที่เกิดจากไซเบอร์หรือโซเชียลมีเดีย การระวังภัยคุกคามจากการทำธุรกรรมออนไลน์ ภัยล่อลวงออนไลน์ การกระทำผิดอันเกิดจากการละเมิด การดูหมิ่น การยุยง ปลุกปั่นเป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะเป็นเสมือนการสร้างภูมิคุ้มกันและหลักการปฏิบัติตนในการเป็นประชาชนบนโลกดิจิทัลได้อย่างมีความสุข

และแน่นอนว่าเมื่อเราสร้างภูมิคุ้มกันด้านดิจิทัลให้แก่ประชาชนแล้วเป็นการเตรียมความพร้อมด้านจิตใจให้รับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว รู้เท่าทันเหตุการณ์ต่างๆ ด้วยใจที่มีสติเป็นที่ตั้ง และพร้อมในการร่วมสร้างสรรค์ประเทศไทยในยุคดิจิทัลให้มีแต่สิ่งที่ดีเกิดขึ้นต่อไป

 

Banner (660x80 Pixel)

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

BannerWeb_CIOworld_3
300x250 (B2)
Banner (320x250 Pixel) EDIT
CEBIT_webbanner_320x250pxl_TH

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget
communication

Categories

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com