www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

COVID-19 ปรากฏการณ์เพื่อการปรับเปลี่ยนเพื่อความสุขแห่งอนาคต ตอนที่ 2: การก้าวสู่ Digital Transformation ของจริง

COVID-19 ปรากฏการณ์เพื่อการปรับเปลี่ยนเพื่อความสุขแห่งอนาคต ตอนที่ 2: การก้าวสู่ Digital Transformation ของจริง
April 20
09:58 2020

จากวิกฤต COVID-19 ที่เกิดขึ้น เกิดภาคบังคับสำหรับองค์กรต้องก้าวออกจาก Comfort Zone ไปสู่การทำ Work From Home ด้วยแพลตฟอร์มเทคโนโลยีต่างๆแม้กระทั่งการนำ AI มาใช้ในการวิเคราะห์และคาดการณ์ การขยายตัวอัตราการระบาดของโรคในอนาคต สิ่งเหล่านี้คือการปรับเปลี่ยนที่จะทำให้ก้าวสู่ Digital Transformation ของจริง

 

วิกฤตโรคระบาด COVID-19 ทำให้ทุกกิจกรรมในโลกต้องหยุดชะงัก และสร้างความปั่นป่วนในทุกวงการปัญหาที่เกิดตามมามีมากมาย สถานที่ราชการ สถานที่ทำงานบริษัทห้างร้าน การขนส่งโทรคมนาคม ต่างต้องหยุดการให้บริการและการดำเนินงาน ซึ่งส่งผลในการขับเคลื่อนประเทศ ทั้งในแง่ของการบริหารราชการและการดำเนินธุรกิจ

แต่เนื่องด้วยเราต่างอยู่ในยุคดิจิทัล และไทยแลนด์ 4.0 ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลมีการเติบโตอย่างมากเพื่อขับเคลื่อน ประเทศและโลก ดังนั้น Digital platform ต่างๆจึงถูกพัฒนาและนำเข้ามาสนับสนุนในการขับเคลื่อนกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นทางการบริหารธุรกิจ การศึกษาหรือแม้กระทั่งการติดต่อสื่อสารเพื่อให้การดำเนินงานเหล่านั้นสามารถขับเคลื่อนไปได้

ยกตัวอย่างเช่นการใช้แอปพลิเคชันทำการประชุมดำเนินการประชุมผ่านระบบออนไลน์ หรือการที่สถาบันการศึกษาในระดับต่างๆไม่ว่าจะเป็นอุดมศึกษาโรงเรียนกวดวิชาหรือสถานที่ฝึกอบรมต่างๆ ต่างได้รับผลกระทบจากการที่จะต้องหยุดการเรียนการสอน

ดังนั้นจะเห็นได้ว่ามหาวิทยาลัยต่างๆได้มีการเตรียมการปรับรูปแบบของการเรียนการสอนเป็นในลักษณะของออนไลน์ทั้งหมด ซึ่งจะทำให้ การเรียนการสอนแบบ e Learning มีบทบาทอย่างสูง

ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีในการที่เราจะได้เตรียมคอร์สแวร์เนื้อหาในแพลตฟอร์มที่เป็นดิจิทัลเพื่อนำมาใช้ผสมผสานกับการเรียนการสอนแบบ classroom เป็นแบบ blended Learning เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนนักศึกษาในอนาคตได้ อย่างมีประสิทธิภาพ

เทคโนโลยีต่างๆได้ถูกนำมาใช้เพื่อช่วยมนุษย์ในการแก้ปัญหา แม้กระทั่งการนำ AI มาใช้ในการวิเคราะห์และคาดการณ์ การขยายตัวอัตราการระบาดของโรคในอนาคต ทั้งนี้ก็เกิดการรวมตัวกันของหลายยักษ์ใหญ่ในวงการไอทีหรือวงการดิจิทัลไม่ว่าจะเป็น Microsoft,Cisco, HPE หรือทางฝั่งจีน จะมีทั้ง Huawei, Alibabaได้นำเสนอเทคโนโลยี เพื่อให้ช่วยแก้ปัญหาให้องค์กร

จากวิกฤตที่เกิดขึ้น จะเกิดกระแสในการทำงาน จากหลายๆที่ที่ถือว่าเป็น Comfort Zone ของแต่ละคนในลักษณะของการทำ Work From Home หลายบริษัทมีมาตรการให้พนักงานทำงานจากบ้านแทนการเดินทางมาทำงานกันที่ทำงานเหมือนช่วงเวลาปกติเพื่อลดความเสี่ยงให้กับพนักงานในการเดินทางเข้ามาทำงานร่วมกันในสำนักงาน

จากการรวบรวมข้อมูลโดยดีแทคได้สรุป แอปพลิเคชันที่มีการใช้งานสูงสุดในช่วง 1มกราคม-19 มีนาคม ของลูกค้าดีแทค พบกว่า แอปฯ ที่มีการใช้งานสูงสุดคือ Zoom ผู้ใช้งานเพิ่มขึ้น 828% จากการใช้งานที่รองรับการแชร์ข้อมูลกับผู้ใช้งานหลายๆ คนผ่านหน้าจอเดียวกันสะดวกง่ายดาย

นอกจากนี้ก็ยังมีแอปฯ มากมายที่สามารถนำมาใช้ในการทำงาน และการจัดการเรียนการสอน ได้แก่ Line มากับฟีเจอร์ Group call โดยผู้ใช้จะสามารถกลุ่มวิดีโอคอลได้ทั้งภายในกรุ๊ปแชทหรือห้องแชทที่มีสมาชิกหลายคนอยู่ที่สามารถรองรับจำนวนสมาชิกได้มากสุดถึง 200 คน โดยสามารถแสดงหน้าจอสูงสุด 4-10 คน และสามารถกดเลือกบุคคลที่อยากจะให้แสดงแบบเต็มหน้าจอได้ตามความต้องการ เป็นต้น

Skype สามารถประชุมสูงสุด: 20 คน สำหรับ Skype ปกติ และ 250 สำหรับ Skype for Business โดย Skype (ปกติ) เหมาะกับองค์กรขนาดเล็กหรือการประชุมแบบส่วนตัว ขณะที่ Skype for Business สามารถประชุมอย่างเป็นทางการมากขึ้น Skype for Business ของคุณได้จากคอมพิวเตอร์ แล็ปท็อป สมาร์ทโฟนแท็บเล็ต หรือโทรเข้าร่วมการประชุมจากโทรศัพท์ก็ได้ ถ้าองค์กรของคุณสนับสนุนการเข้าร่วมประชุมด้วยวิธีนี้

Google Hangout สามารถประชุมด้วย วิดีโอคอลรองรับผู้ใช้ได้สูงสุด 10 คน สำหรับการใช้บริการผ่าน Gmail, G Suite Basic หรือประชุมสูงสุด 25 คนสำหรับ Business, Education เหมาะสำหรับผู้มีบัญชี Gmail ต้องการประชุมอย่างเป็นทางการ การประชุมครั้งสำคัญ มีความลับเฉพาะการประชุมวิดีโอสำหรับธุรกิจ

สำหรับการจัดการประชุมของ Google Hangout ทำได้ผ่านฟีเจอร์ Meet และเชื่อโยงผ่าน G Suite ของ Google ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าร่วมกิจกรรมในปฏิทินหรืออีเมล์เชิญได้โดยตรง ทั้งทางแล็ปท็อป โทรศัพท์ และห้องประชุม

Microsoft Teams ตอบสนองการทำงาน WFH ให้ทำงานได้จากทุกที่ ไม่ว่าจะคุยงาน นัดหมาย ทำประชุมออนไลน์ Video Conference หรือแชร์ไฟล์เพื่อเปิดพร้อมกันและแก้ไขได้ทันที่ที่ต้องการ ที่สำคัญคือเก็บข้อมูลอย่างปลอดภัย ด้วยการรักษาความปลอดภัยระดับ Enterprise จาก Office 365

Google classroomให้บริการฟรีสำหรับโรงเรียนและจะรวมอยู่ในการลงชื่อสมัครใช้ G Suite for Education โดย Classroom จะมีมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง เช่นเดียวกับเครื่องมือ Google for Education อื่นๆ

จะเห็นได้ว่า เรายังมีแอพพลิเคชั่นแพลตฟอร์มมากมายที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการทำงานหรือการปฏิบัติงานในภารกิจต่างๆอย่างเช่นการศึกษาการเรียนการสอนเพื่อตอบสนองการทำงานในภาวะวิกฤต บนเครือข่ายของโลกดิจิทัล ซึ่งทำให้เราสามารถที่จะขับเคลื่อนองค์กรขับเคลื่อนประเทศได้ถึงแม้ว่าเราจะไม่สามารถที่จะใช้ชีวิตตามปกติประจำวันได้อย่างเวลาทั่วไป

สุดท้ายนี้ ในขณะที่ ผมกำลังจะจบบทความนี้ ประเทศไทย ก้าวเข้าไปสู่ จำนวนผู้ติดโรค จะถึงหลักร้อยราย บนความหวัง ที่ ทุกภาคส่วนทุกหน่วยงาน เริ่มกลับมาจับมือกัน มองในทิศทางบวก แล้วเดินหน้าแก้ไขปัญหาไปด้วยกันอย่างมีระบบ จนสามารถควบคุม การเพิ่มจำนวน ผู้ติดเชื้อ เป็นศูนย์เหมือนกับที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ทำสำเร็จมาแล้ว

และหวังว่า เราจะผ่านพ้นวิกฤตการณ์นี้ไปได้ด้วยกัน นำปัญหา ที่เกิดขึ้น มาเป็นบทเรียน ถอดเป็นบทเรียนในการแก้ปัญหา สภาวะวิกฤตด้านการระบาดของเชื้อโรครุนแรง ทั้งในภาครัฐทุกภาคส่วน และภาคเอกชน รวมถึงประชาชนทั่วไป แต่ที่แน่ๆ และเป็นความจริงอยู่เสมอ คือถ้าเรามีความสามัคคี เราจะชนะไปด้วยกัน ผมขอปิดท้ายด้วยพระบรมราโชวาท ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ขอให้เรา ทุกคนโชคดีและผ่านพ้นไปได้ด้วยกันครับ

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.