www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

บทสรุป ASEAN summit ครั้งที่ 34 เพื่อความ SMART ที่ยั่งยืน เริ่มด้วย Green (ตอน 2 จบ)

บทสรุป ASEAN summit ครั้งที่ 34 เพื่อความ SMART ที่ยั่งยืน เริ่มด้วย Green (ตอน 2 จบ)
August 23
15:34 2019

“บทสรุป ASEAN summit ครั้งที่ 34 ตอนที่สอง ซึ่งอธิบายถึงการจัดประชุมอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหรือ Green Meeting สอดคล้องกับแนวคิดหลักของการเป็นประธานอาเซียนครั้งนี้ว่า Advancing Partnership for Sustainability หรือ ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน”

บทความต่อเนื่อง ที่หยิบเอาประเด็นสำคัญจาก การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 34โดยในบทความที่ผ่านมาได้อธิบายถึง การพัฒนาเมืองผ่านเครือข่ายเมืองอัจฉริยะ โดยมีการจัดประชุม ASEAN Smart Cities Network Roundtable Meeting and Conference ในห้วงต้นเดือนมิถุนายน โดยมีผู้แทนจากเมืองชั้นนำกว่า 20 เมืองในกลุ่มอาเซียน เข้าร่วม เครือข่ายเมืองอัจฉริยะอาเซียน (ASEAN Smart Cities Network: ASCN)

สำหรับประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) จะเป็นหัวหอกสำคัญในการดำเนินการขับเคลื่อนการเป็น Smart Cities โดยผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการดีป้า ได้กล่าวถึงการประชุม เครือข่ายเมืองอัจฉริยะอาเซียน หรือ ASCN เป็นข้อริเริ่มของประเทศสิงคโปร์ในช่วงที่เป็นประธานอาเซียนเมื่อปี 2561 โดยมีเป้าหมายหลักที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในอาเซียนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อแก้ไขปัญหาการเติบโตของเมืองอย่างรวดเร็ว

อภิสิทธิ์ไม่ว่าจะเป็นความแออัดของเมือง คุณภาพของน้ำและอากาศ ความยากจน ความไม่เท่าเทียมกันที่เพิ่มขึ้น ความเหลื่อมล้ำระหว่างสังคมเมืองกับชนบท ตลอดจนความมั่นคงและความปลอดภัยของผู้คน ประกอบด้วยเมืองจากประเทศสมาชิกอาเซียนทั้งหมด 26 เมือง ซึ่งเครือข่ายทั้ง 26 เมืองนี้ ถือเป็นเมืองที่มีศักยภาพในการพัฒนาโดยเฉพาะ ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมต่อข้อมูล ระบบเทคโนโลยีดิจิทัล และวัฒนธรรม โดยในอนาคตอันใกล้คาดว่าจะเห็นความร่วมมือในด้านเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลได้จัดนิทรรศการและงานเสวนาภายใต้แนวคิด Smart and Sustainable City อาทิ การพัฒนาเมืองอัจฉริยะกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน การใช้แพลตฟอร์มข้อมูลพัฒนาเมือง (City Data Platform) และประสบการณ์การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City Experience and Best Practices) จากภาครัฐและภาคเอกชนต่างๆ ที่เข้าร่วมถือเป็น ร่วมหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลอันเป็นประโยชน์

และกำหนดแนวทางในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ภายใต้เป้าหมายการพัฒนาเมืองอัจฉริยะอย่างยั่งยืน และมุ่งยกระดับความเป็นอยู่ของประชากรในอาเซียนด้วยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเป็นแนวทางในการปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล และการเตรียมพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นจากเทคโนโลยีดิจิทัล หรือ Digital Disruption ที่เรากำลังเผชิญ

ในฐานะประธานอาเซียนปี 2562 และเจ้าภาพการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 ประเทศไทยได้จัดการประชุมที่จะเป็นแบบอย่างของการสร้างความยั่งยืน จึงได้วางแผนการจัดรูปแบบการประชุมให้ Smart ให้เหมาะกับการเข้าสู่ Smart Cities Smart Bangkok ด้วย การจัดประชุมอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหรือ Green Meeting สอดคล้องกับแนวคิดหลักของการเป็นประธานอาเซียนครั้งนี้ว่า Advancing Partnership for Sustainability หรือ ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืนโดยมิติหนึ่งของความยั่งยืน (Sustainability) คือความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ โดยการประชุมระดับต่างๆ โดยเฉพาะระดับระดับรัฐมนตรีและผู้นำที่ไทยเพิ่งเป็นเจ้าภาพจัดเสร็จสิ้นลงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

นับเป็นครั้งแรกในกรอบอาเซียนที่มีการนำแนวทางการจัดการประชุมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาปฏิบัติจริง เพื่อแสดงให้เห็นถึงความริเริ่มของประเทศไทยในการนำแนวคิดหลักนี้มาใช้ให้เห็นผลเป็นรูปธรรม การจัดประชุมอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหรือ Green Meeting ซึ่งประกอบไปด้วย Green Venue ต้องเลือกสถานที่จัดประชุมที่มีมาตรฐานสูงด้านสิ่งแวดล้อมและได้รับการรับรอง ในขณะเดียวกันก็ต้องอยู่ใกล้กับระบบขนส่งมวลชน จะเห็นได้ว่าการประชุมในครั้งนี้ใช้หลายโรงแรม โดยเฉพาะที่พักของผู้นำ ทุกแห่งล้วนแต่ติดแนวรถไฟฟ้า แม้ผู้นำจะไม่นั่งรถไฟฟ้า แต่ต้องนึกถึงเจ้าหน้าที่ที่ต้องเดินทางไปปฏิบัติงานด้วยครับ ดังนั้นโรงแรมทั้งหมดต้องอยู่ในบริเวณใกล้กัน หรือเดินทางถึงกันได้ด้วยรถไฟฟ้า

Green Catering การประชุมเที่ยวนี้ใช้อาหารที่มีวัตถุดิบในประเทศไทยทั้งหมด ผักส่วนใหญ่ใช้จากวิสาหกิจชุมชน ปลอดสาร Green Arrangement รอบนี้ใช้เก้าอี้กระดาษ Pulp ที่เยื่อกระดาษมาจากกระดาษใช้แล้ว รับน้ำหนักได้ 150 Kg. ที่สำคัญมันพับแล้วแบนและเบา ทำให้ประหยัดพลังงานและจำนวนเที่ยวรถในการขนส่ง ใช้เสร็จก็พับเอาไปเก็บ ใช้ต่อในการประชุมคราวหน้า และเมื่อจบงานประชุม เก้าอี้พวกนี้จะถูกเอาไปบริจาค

Green Document การเชิญประชุมและทำหนังสือ เอกสารประกอบการประชุมต่างๆ เป็นรูปแบบไฟล์ดิจิทัล และสุดท้าย Carbon Footprint กิจกรรมทั้งหมดในการประชุมจะถูกจดบันทึกและนำมาคำนวณว่าปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากน้อยแค่ไหน จากนั้นเสร็จประชุมจะมีการปลูกต้นไม้ทดแทน เป็นตามกฎการรักษาสิ่งแวดล้อม ตามหลัก 3Rs ได้แก่ การลดขยะ (Reduce) การนำกลับมาใช้ (Reuse) และการรีไซเคิล (Recycle) รวมถึงการนำขยะมาสร้างมูลค่าเพิ่ม (Upcycle) ซึ่งจะนำมาปรับใช้ในการประชุมอาเซียนตลอดทั้งปีและน่าจะเป็นต้นแบบให้แก่ทุกภาคส่วนในอนาคต

ผมแอบฝันว่าต่อจากนี้ไปหลายท่านที่ได้สัมผัส หรือเข้าร่วมงานประชุมต่างๆอาจจะได้เห็นการใช้ขวดแก้วหรือเหยือกน้ำแทนการใช้ขวดพลาสติก และกล่องรับคืนฝาขวดน้ำซึ่งจะนำไปผลิตขาเทียม การแยกขยะ กล่องรับคืนบัตรประจำตัว ซึ่งจะมีการนำสายห้อยบัตรไปรีไซเคิล สมุดจดบันทึกจากกระดาษรีไซเคิล กล่องอาหารกระดาษชานอ้อยและช้อนส้อมพลาสติกชีวภาพ การใช้ถุงผ้าที่ทำจากวัสดุธรรมชาติและวัสดุรีไซเคิลใส่ของที่ระลึกที่จะแจกให้ผู้เข้าประชุมเหล่านี้ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของไทยในการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน และช่วยลดปริมาณขยะที่เกิดจากการประชุมต่างๆ ได้จำนวนมาก

การริเริ่ม Green Meeting ครั้งนี้ ภาครัฐได้จับมือกับหน่วยงานภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ ภาควิชาการและภาคประชาสังคม เพื่อร่วมเป็นหุ้นส่วนเพื่อความยั่งยืน (Partner for Sustainability) โดยร่วมกันให้การสนับสนุนในมิติ “Sustainability of Things” ในหลากหลายรูปแบบรวมถึงจัดกิจกรรมรณรงค์เพื่อความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศน์ของประเทศไทยทั่วประเทศ ซึ่งจะมีการดำเนินการเป็นระยะๆ ตลอดทั้งปี

ท่านผู้อ่านทุกท่านครับการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนของประเทศไทยที่เวียนมาบรรจบในรอบทศวรรษนี้ นอกจากจะเป็นโอกาสให้ประชาชนชาวไทยร่วมกันเป็นเจ้าภาพที่ดี ให้เกียรติต้อนรับแขกสำคัญจากประเทศสมาชิกอาเซียนและประเทศ คู่เจรจาทั่วโลกเพื่อสร้างความประทับใจแล้ว ยังเป็นวาระสำคัญที่ไทยจะแสดงให้เห็นถึงการร่วมแรง ร่วมใจ ร่วมมือกันใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า โชว์ความ Smart Thailand แบบยั่งยืน ของเราชาวไทย ด้วยจิตสำนึกที่ดีด้วยคำว่า Green มาควบคู่กับเทคโนโลยีหรือดิจิทัลกันเถอะครับ

โดยคำนึงถึงความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศน์ เพื่อนำพาให้อนาคตของประชาคมอาเซียนก้าวไกลยั่งยืน และที่สำคัญอีกประการคือ เป็นการสร้างแรงผลักดันในวงกว้างให้ประชาชนไทยร่วมกันดำเนินชีวิตประจำวันในรูปแบบที่รักษ์สิ่งแวดล้อมมากขึ้น ตาม Motto Keep Calm and Go Green ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในหมู่กลุ่มคนยุคใหม่ทั่วโลก อ้อ… แล้วอย่าลืมนะครับ Smart and Smile ให้กันด้วยครับ

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.