www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

เจาะกลยุทธ์ Anitech, Tech Hardware ของคนไทย

เจาะกลยุทธ์ Anitech, Tech Hardware ของคนไทย
April 19
16:23 2019

“ถอดรหัสชุดความคิดของ พิชเยนทร์ หงษ์ภักดี จากประสบการณ์ วิสัยทัศน์ และการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ แบรนด์ Anitech สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไลฟ์สไตล์แจ้งเกิด และประสบความสำเร็จ”

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ ร่วมกับคณะบัญชี มหาวิทยาลัยศรีปทุม จัดเสวนาพิเศษ Tech Talk Season 2 #7“เจาะกลยุทธ์ บริษัท Tech Hardware อันดับ 1 ของประเทศไทย ภายใต้ แบรนด์Anitechสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไลฟ์สไตล์ ที่นำ “ความคิดสร้างสรรค์ร่วมกับนวัตกรรม” โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรพิเศษคือ พิชเยนทร์หงษ์ภักดี (โธมัส) CEO Smart ID Groupจำกัดพอสรุปประมวลความได้ดังต่อไปนี้

พิชเยนทร์เริ่มต้นธุรกิจของเขาจากการเป็นผู้ผลิตชิปเซ็ต โดยเล่าว่า “มีโอกาสได้รู้จักกับเพื่อนขาวฝรั่งเศสที่มีความสามารถด้านการเขียนโปรแกรม จึงร่วมกันพัฒนาอุปกรณ์ชิปเซ็ตในประเทศไทย และเริ่มผลิตครั้งแรกห้องพักของตัวเอง ซึ่งกำลังการผลิตก็น้อยมาก จึงเริ่มมองหาโรงงานผลิตเล็กๆ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต และต้องการบริหารจัดการต้นทุน”

ผศ.สุพล“จำได้ว่า ต้นทุนการผลิตชิปเซ็ตเมื่อตอนเริ่มต้นจ้างโรงงานผลิต อยู่ราว 60 บาทต่อชิ้น ซึ่งถูกกว่าที่อื่น และในเดือนหนึ่งสามารถถผลิตได้ประมาณ 3 หมื่นชิ้น จึงให้เพื่อนชาวฝรั่งเศสหันมาผลิตที่ประเทศไทย และตั้งเป้าหมายการผลิตชิพส่งไปขายทั่วโลก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เพื่อนชาวฝรั่งเศสคนนั้นเห็นด้วยทันทีสำหรับยอดขายชิปเซ็ตในขณะนั้น สามารถขายได้หลาย 10 ล้านบาทต่อเดือนเลยทีเดียว”

“ผมแต่ทำธุรกิจของตัวเองตั้งแต่อายุ 21 ปีตอนอายุ 29 ปี ทำยอดขายได้กว่า 100 ล้านบาท จนถึงขณะนี้ได้ข้อคิดประการหนึ่งว่า ต้องทำงานไปอย่างมีความสนุกควบคู่กันไป ผมชอบคำพูดของโธมัสเอดิสัน ที่กล่าวว่า ความสำเร็จของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนบอกว่ามีเงิน 1 แสนบาทก็สำเร็จแล้ว บางคนบอกว่า 1,000 ล้านก็สำเร็จแล้ว ที่สำคัญ คือ เป้าหมาย”

สมัยก่อน การขอสินเชื่อเพื่อนำมาลงทุนประกอบธุรกิจนั้น เป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก ไม่เหมือนยุคสมัยปัจจุบัน ตัวเขาเองปัจจุบันเน้นทำแต่เรื่องงานเป็นหลัก ไม่สนใจว่าจะได้เงินเท่าใด ตอนนี้บริษัทของเขาได้เข้าตลาดหลักทรัพย์ไปแล้ว ธุรกิจมีโอกาสเติบโต จึงสามารถนำเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ การคิดว่าจะลงทุนนั้นธุรกิจต้องเติบโตได้ ไม่เกี่ยวกับตัวเงิน แต่เป็นเรื่องของไอเดีย

หลักของการทำธุรกิจ ถ้าอยากต้องการให้ประสบความสำเร็จ คือ “ต้องรู้จักมองอะไร ที่คนอื่นมองไม่เห็น” กรณีของ Chip Set นั้น บางประเทศถูกกฎหมาย เช่น ในแถบเอเชีย และในประเทศไทย แต่บางประเทศผิดกฎหมาย เช่น ฝรั่งเศส ประเทศโปแลนด์ ตุรกี ในประเทศฝรั่งเศสห้ามแกะอุปกรณ์หรือชิ้นส่วนออกมาแก้ไข หรือ Modify คนที่ทำเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ส่วนหนึ่งเป็นแฮกเกอร์ เขียนโปรแกรมขึ้นมาแล้ว ต้องทำลายทิ้ง

เพราะฉะนั้น การทำธุรกิจประเภทนี้ไม่มีที่จะทำให้ดีขึ้นได้ อันนี้เป็นเรื่องที่ท้าทายมาก ดังนั้น บริษัท HP และ Acer จึงมาดำเนินการรับผลิตในเรื่องเหล่านี้ แต่แฮกเกอร์บางคนไม่ได้เข้าไปทำงานในบริษัท แต่กลับไปแฮกจำพวกบัตรเครดิต เช่น ในประเทศตุรกี

ตอนสมัยเขาเรียนเจอเรื่องไม่ดีหลายอย่าง แต่พอโตขึ้นเจอแต่เรื่องดีๆ จึงนำเรื่องของ Chip Set มาผลิตที่ประเทศไทย และทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย ตอนทำเคยเปิดบัญชีไว้ที่ประเทศฮ่องกง แต่ผลิตที่ประเทศไทย สมัยนั้น Laptop ราคาเครื่องละ 4-5 หมื่น แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 1 หมื่นกว่าเท่านั้น

พิชเยนทร์ หงษ์ภักดี

พิชเยนทร์ หงษ์ภักดี

ในปี ค.ศ.2006 มีแบรนด์แรกเป็นของตนเอง คือ Anitechเป็นสินค้าประเภท Consumer Electronics เช่น ปลั๊กไฟ เมาส์ ซึ่งอยู่ในเครือของ Smart ID Group Co.,Ltdแบรนด์Anitechนี้ เขาต้องการให้เป็นแบรนด์ของคนไทย เมื่อเขาตายไป ลูกหลานก็ทำกันต่อไป Brand สินค้านั้น ต้องมีคุณภาพดี เช่น Apple เป็นที่แข็งแรงดีจึงมียอดขายไม่ตก

และในอนาคตเห็นว่า สิ่งที่กำลังจะมา คือ อินเทอร์เน็ตของทุกสรรพสิ่ง (Internet of Things:IoT) ซึ่งความหมายของ IoTคือ การเชื่อมต่ออุปกรณ์ทุกอย่างเข้าด้วยกันแล้วเก็บข้อมูลซึ่งมีการคาดการณ์ในอนาคตกันว่า จะมีอุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่อถึงกันได้ประมาณ 50,000 ล้านชิ้น ความฝันของเขา คือ ต้องการให้สินค้า เข้าไปอยู่ในกลุ่มประเทศ AEC ทั้งหมด ใน 10 ประเทศ และเป็นอันดับหนึ่งใน AEC

เรากำลังพูดถึงคน 600 ล้านคน และต้องต้องการให้คน 600 ล้านคน ใช้สินค้าของเราอย่างน้อย 1 ชิ้นต่อปี เรามีการรับประกันสินค้าที่สูงที่สุดในทวีปเอเชีย เราเป็นแบรนด์เดียว สมมุติว่า คุณซื้อสินค้าที่ประเทศไทย พม่า หรืออินโดนีเซียก็ตาม แล้วนำไปใช้ที่ประเทศจีน แล้วเกิดเสีย สามารถเคลมได้ทั่วภูมิภาคเอเชีย

สินค้าตัวแรก IoTของเรา คือ ปลั๊กไฟที่ควบคุมด้วยแอพพลิเคชั่นผ่านโทรศัพท์มือถือ พร้อมเอา USB มาใส่ นับเป็นแบรนด์แรกของประเทศไทยที่มีการนำเอา USB มาใส่ มีการออกแบบสวย มีสีชมพู สีฟ้า มีความปลอดภัย เพราะว่า ปลั๊กไฟ ตอนนี้เรามี Market Share เป็นอันดับหนึ่งของประเทศ เพราะว่า การนำเอาปลั๊กไฟมาให้คนทดลองใช้มันเป็นเรื่องง่าย เราค่อยๆ เจาะตลาดไปเรื่อยๆ ก่อน เพราะว่าสินค้าที่ใช้กันภายในบ้านมีการเติบโต 13% ต่อปี ซึ่งจะครอบคลุมไปถึงระบบ Infrastructure ทั้งหมดต่อไป

การทำสินค้าประเภท Gadget เหล่านี้เป็นการทำไม่ยาก เราต้องชอบและทำจริง สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึง ความชอบ หรือ Passion ต้องมาก่อน แรงบันดาลใจก็คือ “ต้องการอยากให้สินค้าของบริษัทเราไปอยู่ที่บ้าน ห้องทำงาน ห้องนอนของทุกๆ คน” ถ้าพูดถึงนักประดิษฐ์จะมีอยู่ 2 ประเภท คือ (1) นักประดิษฐ์ที่มีหัวการค้า อันนี้ไปได้หรือหาเพื่อนก็พอไปได้) (2) นักประดิษฐ์ที่ไม่มีหัวการค้า อันนี้ไปไม่ค่อยได้ สำหรับกลยุทธ์ในการทำธุรกิจนั้นได้ยึดต้นแบบของประเทศญี่ปุ่น นั่นก็คือ การออกแบบสินค้านั้น ต้องเข้าใจลูกค้า หลักที่ใช้ ได้แก่ (1) Product Developer (2) Strategies (3) User Central Design

ถ้าอยากประสบความสำเร็จ อย่าขี้โกงตัวอย่างเช่น อองซานซูจี เขาเป็นคนที่ได้รับการยกย่อง สิ่งที่ต้องมีในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ คือ (1) ไม่คอรัปชั่น (2) ต้องมีธรรมาภิบาล โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ (3) ต้องเริ่มสร้างตั้งแต่วันแรก แบรนด์Anitechสร้างขึ้นมาเหมือนรถไฟฟ้า คือ ต้องไว้ใจได้ และที่สำคัญ ตัวเขาเองอยากสร้างประโยชน์ โดยเฉพาะการสร้างประโยชน์ต่อสถาบันการศึกษา

อย่างเช่น ทางมหาวิทยาลัยมีจดหมายเชิญเขาไป เขารับตอบรับเลย เพราะเขาอยากมาพูดให้น้องๆ ฟังและสิ่งที่ที่อยากได้ คือ เมื่อน้องๆ ฟังเขาพูดแล้ว สามารถนำไปปฏิบัติ และทำให้ชีวิตของตนเองประสบความสำเร็จ เขาต้องการอยากได้ในลักษณะอย่างนี้ สุดท้าย อีลอน มัส เคยพูดว่า “เขาต้องตายนั่นแหละ เขาถึงจะยอมแพ้” โธมัสเอง เขาก็คิดอย่างนั้นเช่นกัน คือ “ถ้าจะให้ผมล้มเลิก ต้องให้ผมตายก่อน” และ “เริ่มเร็วกว่า โอกาสมีมากกว่า” โธมัส กล่าวในที่สุด

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.