www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

AIS 5G โชว์บังคับรถไร้คนขับข้ามจังหวัด กรุงเทพ หาดใหญ่

AIS 5G โชว์บังคับรถไร้คนขับข้ามจังหวัด กรุงเทพ หาดใหญ่
August 19
14:20 2019

AIS นำคณะสื่อมวลชน ชมความก้าวหน้าของการทดลอง ทดสอบ Use Case เทคโนโลยี 5G ในสภาพแวดล้อมจริง โชว์บังคับรถไร้คนขับข้ามภูมิภาค กทม.- หาดใหญ่ แสดงศักยภาพสำคัญ 5G ความเร็วในการรับส่งสัญญาณ ความเร็วในการตอบสนอง และความเสถียรของระบบ

หลังจากที่เอไอเอส เดินหน้าการทดลอง ทดสอบ (Testbed) 5G ภายใต้การสนับสนุนของ กสทช. ตั้งแต่ปลายปี 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งได้ผนึกกำลังกับพันธมิตร ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และมหาวิทยาลัย 5 แห่งของประเทศ (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่) ในการศึกษา วิจัย ทดลอง ทดสอบ บริการเกี่ยวกับเทคโนโลยี 5G

Banner_CIO_big one_version2

ซึ่งแต่ละมหาวิทยาลัยจะมีการร่วมวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีระบบ 5G กับเอไอเอส ในประเด็นที่สอดรับกับความต้องการของแต่ละภูมิภาค ทั้งประโยชน์กับประชาชนและภาคอุตสาหกรรม โดยหนึ่งในแผนการทดลอง ทดสอบ ที่มีความสำคัญคือ พื้นที่ภาคใต้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศที่มีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ

โดยเมื่อกรกฎาคมที่ผ่านมา เอไอเอส และสถาบันวิจัยและนวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ (มอ.) ได้ร่วมมือเพื่อทดลอง ทดสอบเทคโนโลยี 5G เป็นครั้งแรกในภาคใต้ ด้วยแนวคิด “Smart City, Smart Living” สร้างโมเดลสมาร์ทซิตี้ครั้งแรกในไทย (อ่าน AIS เดินหน้าทดลอง ทดสอบ 5G ครั้งแรกในภาคใต้)

โดยการลงพื้นที่ภาคใต้ในครั้งนั้น เอไอเอสและมอ.ได้นำ 5G Use Case และอุปกรณ์ IoT มาทดลอง ทดสอบในสภาพแวดล้อมจริง บนคลื่นความถี่ 28 กิกะเฮิรตซ์ เพื่อทดสอบศักยภาพของเทคโนโลยี 5G ใน 3 คุณสมบัติหลัก คือ ความเร็วสูงระดับ 5G, เครือข่ายที่ตอบสนองรวดเร็วและเสถียร (Latency) รวมถึงศักยภาพในการขยายการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ต่ออุปกรณ์ หรือ IoT ซึ่งเป็นรากฐานในการสร้างโมเดลเมืองอัจฉริยะ

โดยมี Use Case เริ่มต้น ประกอบด้วย Mobile Surveillance เพื่อการตรวจตราและรักษาความปลอดภัยจาก Video Analytics และ AI ได้แบบเรียลไทม์, Object Detection การจับวัตถุที่เคลื่อนที่จากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่งได้อย่างแม่นยำผ่าน 5G และ EV Autonomous การสื่อสารระหว่างรถ EV ต่อรถ EV ผ่านเครือข่าย 5G (Vehicle to Vehicle communication system)

สาธิตจริง ศักยภาพ AIS 5G

ล่าสุด เมื่อ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา เอไอเอสนำคณะสื่อมวลชน ชมความก้าวหน้าของการทดลอง ทดสอบ Use Case ของเทคโนโลยี 5G ในสภาพแวดล้อมจริง โดยการสาธิตการควบคุมรถไร้คนขับแบบข้ามภูมิภาค จาก จ.กรุงเทพฯ ถึง จ.สงขลา ในรูปแบบไลฟ์บรอดแคสต์ เป็นครั้งแรกของไทย โดย ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส เป็นผู้ดำเนินการสาธิตระบบการสื่อสารระหว่างรถต่อรถ ผ่าน 5G ด้วยตัวเอง

โดยมีการทดลอง ทดสอบ 5G Use Case ที่น่าสนใจ ดังนี้

1. 5G Remote Control Vehicle (การบังคับรถไร้คนขับข้ามภูมิภาค) การแสดงศักยภาพที่สำคัญของเครือข่าย 5G เช่น ความเร็วในการรับส่งสัญญาณ (Throughput) ความเร็วในการตอบสนอง (Latency) และความเสถียรของระบบ (Stability) ผ่านเทคโนโลยีการบังคับรถยนต์ไร้คนขับทางไกลข้ามภูมิภาคครั้งแรกของไทย ระหว่างกรุงเทพฯ – สงขลา ที่ผู้ควบคุมรถไม่จำเป็นต้องอยู่ในตัวรถ แต่สามารถบังคับรถให้เคลื่อนที่ไปยังพื้นที่ต่างๆ ตามต้องการ ผ่านการสั่งงานระยะไกลแบบเรียลไทม์ บนเครือข่าย AIS 5G

ซึ่งข้อมูลต่างๆ จะถูกส่งต่อผ่านระบบ Video Analytics และสามารถ Streaming Video ที่มีความละเอียดสูง ผ่านเครือข่าย 5G กลับมาหาผู้ควบคุมรถได้ทันที จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการนำไปประยุกต์ใช้ในหลายๆ ส่วนของสังคม เช่น การสัญจรโดยสาร, การขนส่งสินค้าในภาคอุตสาหกรรม และโลจิสติกส์

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ดำเนินการทดสอบ การบังคับรถไร้คนขับข้ามภูมิภาค ผ่านเครือข่าย 5G

2. นวัตกรรม V2V (การสื่อสารระหว่างรถต่อรถ ผ่าน 5G) การสาธิตนวัตกรรมการสื่อสารระหว่างรถต่อรถ (Vehicle to Vehicle) ผ่านเครือข่าย 5G ที่สามารถรับ-ส่งข้อมูลความเร็วสูง มีการตอบสนองที่รวดเร็วและมีความเสถียรของระบบสูง ทำให้รถยนต์ 2 คัน สามารถสื่อสารข้อมูลการขับขี่ ข้อมูลความปลอดภัย และข้อมูลการจราจรไปมาระหว่างกันเองได้อย่างแม่นยำและปลอดภัย ซึ่งจะช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการจราจรในเส้นทาง

สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส สาธิต การสื่อสารระหว่างรถต่อรถ ผ่าน AIS 5G

3. นวัตกรรม Mobile Surveillance / Object Detection (รถตรวจการณ์และรักษาความปลอดภัย) นวัตกรรมรถตรวจการณ์และรักษาความปลอดภัย จาก Video Analytics และ AI ด้วยการนำข้อมูลวิดีโอจากกล้องวงจรปิดบนยานพาหนะ ส่งผ่านเครือข่าย AIS 5G ไปยังห้องควบคุมกลาง ทำให้สามารถวิเคราะห์ภาพจำแนกวัตถุรอบคันรถ และตรวจจับลักษณะของรถ เช่น ป้ายทะเบียน, รุ่นของรถ, ยี่ห้อ, สีและลักษณะของรถ และการแจ้งเตือนความเสี่ยงในพื้นที่ต่างๆ ได้แบบเรียลไทม์และแม่นยำ โดยหากเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องแจ้งข้อมูลรถต้องสงสัยเข้ามาในพื้นที่ ระบบก็จะสามารถแกะรอยและแจ้งเตือนทันทีที่รถคันดังกล่าวขับเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยให้การเฝ้าระวังพื้นที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

Video Analytics และ AI ด้วยการนำข้อมูลวิดีโอจากกล้องวงจรปิดบนยานพาหนะ ส่งผ่านเครือข่าย 5G

ปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป เอไอเอส กล่าวว่า “ภาคใต้มีศักยภาพการเติบโตที่โดดเด่น และเป็นกำลังสำคัญที่จะผลักดันเศรษฐกิจของประเทศไทยให้เติบโต ด้วยทำเลที่ตั้งอันโดดเด่นและเหมาะสมที่จะเป็นศูนย์กลางการค้าและการลงทุนของภาคใต้ และยังเป็นประตูผ่านไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและสิงคโปร์ พร้อมได้รับการสนับสนุนจากนโยบายของรัฐบาลในการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษสงขลาเพื่อลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายจึงยังมีโอกาสในการเติบโตทางเศรษฐกิจอีกมหาศาลรออยู่”

“ดังนั้น การที่สงขลาได้รับการสนับสนุนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเสริมศักยภาพทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเป็นพื้นที่ทดลอง ทดสอบ เทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่าง 5G ทั้งหมดนี้ จะทำให้จังหวัดสงขลาและภาคใต้ เติบโตได้อย่างก้าวกระโดดและแข็งแกร่งอย่างแน่นอน”

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

BannerWeb_CIOworld_3
SDWAN NSS Lab
CEBIT 300x250

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget
communication

Categories

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com