www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

เหตุผล 4 ข้อที่จะปฏิเสธการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ IoT

เหตุผล 4 ข้อที่จะปฏิเสธการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ IoT
June 19
13:55 2017

โลกของ IoT ไม่อาจปฏิเสธได้อีกต่อไป คุณอาจมองว่ามันไกลตัว ยังไม่มีใครในอุตสาหกรรมนี้ใช้งาน หรือแม้ว่าองค์กรของคุณได้ลงมือปฏิบัติเรื่อง IoT_แล้ว การมองข้ามการแสวงหาข้อมูลด้าน IoT_อาจเป็นการเริ่มนับถอยหลังออกจากสนามการแข่งขันของธุรกิจ

ผู้เขียนลองใช้เครื่องมือค้นหาอย่างกูเกิลสืบค้นความนิยมของคำว่า Internet of Things (IoT) พบว่า มันติดอันดับสูงสุดในกลางเดือนตุลาคม 2559 ซึ่งหมายความว่าคำว่า IoT_ได้รับความสนใจอย่างมากในช่วงสัปดาห์ของวันที่ 16 ตุลาคม 2559 ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงกว่าที่เคยมีมาก่อน

สำหรับหลายๆ คนที่อยู่ในอุตสาหกรรมไอที เราไม่เคยขาดแคลนบล็อกข้อมูลเกี่ยวกับ IoT_เลย ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาค้นคว้า แบบสำรวจมาตรฐาน กรณีศึกษา การสาธิต ข่าวฟีด กลุ่ม LinkedIn ห้องสนทนาย่อยหนังสือ พรีเซนเทชั่น การให้คำปรึกษา และรายการอื่นๆ อีกเป็นหางว่าว นับว่าเป็นเรื่องที่สร้างกระแสได้อย่างไม่น่าเชื่อ

1ยิ่งเป็นเรื่องที่ตอกย้ำความนิยมของ IoT_มากขึ้นไปอีกเมื่อย้อนไป 5 ปีที่แล้ว การ์ทเนอร์ได้ทำรายงานที่มีจำนวนหน้ามากถึง 68 หน้าในเรื่อง Hype Cycle for the Internet of Things เพื่อสำรวจประเด็นสำคัญต่างๆ ขององค์กรที่กำลังจะนำไปใช้หรือวางแผนที่จะนำโครงการ IoT_เข้าไปปรับใช้งานจริง

สำหรับหลายๆ คน ถึงวันนี้คงไม่มีเหตุผลใดที่จะบอกว่า ไม่ต้องการอ่านหรือเรียนรู้ข้อมูลเกี่ยวกับ IoT_แต่สำหรับบางคนแล้ว พวกเขาอาจมีเหตุผลว่าทำไมถึงไม่อยากอ่านบทความที่พูดถึง IoT_จริงๆ แล้วผู้เขียนเห็นว่าไม่มีช่วงไหนที่เหมาะที่สุดสำหรับการศึกษาเรื่อง IoT_นอกจากจะเริ่ม ณ วันนี้

ผู้เขียนเองลองคิดถึงเหตุผลว่า ทำไมคนถึงไม่อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ IoT_คำตอบอาจมาจากหลายเหตุผล แต่สรุปแล้วน่าจะมาจาก 4 ข้อหลักๆ ดังนี้

เหตุผลข้อที่ 4 เราดำเนินการ IoT อยู่แล้ว ดังนั้นไม่ต้องอ่านบทความ IoT ก็ได้

ฟังดูก็ยุติธรรมดีเหมือนกัน หากคุณได้นำโซลูชั่นหรือแพลตฟอร์ม IoT_เข้ามาปรับใช้อย่างประสบผลสำเร็จแล้ว คุณจะรู้เลยว่าคุณเป็นคนกลุ่มน้อยมากๆ บางคนอาจกำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญของการแปรรูปธุรกิจผ่านทางเครือข่าย Machine to Machine (M2M) ในประเด็นนี้ บริษัท ไอดีซี ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยพบว่า “ประมาณครึ่งหนึ่ง (49%) ของบริษัทผู้ผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกากำลังใช้ IoT_อยู่แล้ว”

ขณะที่สัดส่วนของอุตสาหกรรมการผลิตทั่วโลกได้นำ IoT_มาใช้แล้วเพียง 31% ข้อมูลนี้สอดคล้องอย่างมากกับสิ่งที่บริษัท การ์ทเนอร์ ค้นพบจากการศึกษาเมื่อปี 2559 เรื่องการนำ IoT_เข้ามาใช้งาน โดยพบว่า 29% ขององค์กรได้นำแนวทางนี้มาใช้แล้วและคาดว่า 43% ขององค์กรกำลังใช้หรือวางแผนที่จะนำ IoT_มาใช้ในปี 2559

ดังนั้น หากคุณจัดอยู่ในกลุ่มคนพวกแรกๆ ที่นำ IoT_เข้ามาใช้ในองค์กร ก็จงมั่นใจได้เลยว่าคุณยังคงเป็นดาวเด่นในสนามนี้ แต่โปรดทราบว่าคนอื่นๆ ก็กำลังจะตามคุณมาติดๆ และในไม่ช้าก็อาจเป็นคิวของพวกเขาบ้างในการเป็นดาวเด่น

เหตุผลข้อที่ 3: IoT_ในอุตสาหกรรมของเรายังคงต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5 ปีนับจากนี้ดังนั้นจึงศึกษาเรื่องอื่น

คุณอาจโต้แย้งประเด็นนี้ได้โดยอ้างถึงประเภทอุตสาหกรรมหรือรูปแบบการใช้งาน IoT_ที่คุณมี แต่คุณก็อาจตกอยู่ในภาวะเสี่ยงที่จะพลาดโอกาสสร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขันของตัวคุณเอง ขอยกตัวอย่างที่อาจทำให้คุณต้องประหลาดใจ เมื่อ ลูกค้ารายหนึ่งของบริษัท ไอเอฟเอส เป็นบริษัทกำจัดสัตว์รบกวนที่มีสำนักงานตั้งอยู่ในยุโรป

บริษัทแห่งนี้ได้นำเสนอบริการกับดักระบบดิจิทัลสำหรับจัดการกับหนูโดยเฉพาะ และด้วยกับดักในรูปแบบใหม่นี้ ทำให้บริษัทสามารถให้บริการกับลูกค้าในแบบ B2B ได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหาร ระบบควบคุมสัตว์รบกวนที่น่าเชื่อถือเป็นสิ่งที่ความสำคัญอย่างยิ่ง

2

ทั้งนี้ กับดักระบบดิจิทัลจะสร้างคำเตือนและส่งการแจ้งเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการภาคสนาม การกำหนดเวลาตอบสนองอย่างเหมาะสมจะเกี่ยวข้องกับข้อตกลงระดับการให้บริการ (SLA) รวมถึงการทำความเข้าใจว่าเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวของกับดักสามารถรายงานข้อมูลอย่างเป็นปกติหรือไม่ และระยะเวลาที่จะเข้าไปจัดการกับหนูในกับดักจะกินเวลานานเท่าใด ปัจจุบันมีการนำเอาเซ็นเซอร์มาใช้เชื่อมต่อกับระบบการดำเนินงานทางธุรกิจผ่านทางเทคโนโลยี IoT_ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ให้บริการภาคสนามสามารถจัดกำหนดการทำงานได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

และในอนาคต ลูกค้าจะได้รับข้อมูลการรายงานเฉพาะจุดและบริเวณที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้นสำหรับการควบคุมสัตว์รบกวนภายในองค์กร และเมื่อมีเรื่องของการเก็บรวบรวมข้อมูลเข้ามาเกี่ยวข้องในกระบวนการ จึงมีความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่จะต้องปรับใช้เทคโนโลยีการเรียนรู้ของเครื่องจักรต่อสิ่งต่างๆ เช่น อายุแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ การคายประจุของแบตเตอรี่ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมบริเวณที่ติดตั้งกับดักไว้ และการคาดการณ์ได้ว่าเมื่อใดต้องทำการเปลี่ยนแบตเตอรี่แล้ว จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและคุณภาพของบริการให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

เหตุผลข้อที่ 2: การเขียนเรื่อง IoT_ส่วนใหญ่มักจะพูดถึงภาพรวมของ IoT_ไม่ตรงกับลักษณะของการประยุกต์ใช้งาน ณ ปัจจุบัน

แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณกำลังอ่าน คุณอาจมีประเด็นบางอย่างอยู่ในใจแล้วก็ได้ หนึ่งในความท้าทายของการเขียนและการศึกษาวิจัยของกลุ่มผู้นำทางความคิดด้าน IoT_ในปัจจุบันก็คือ แนวคิดนี้กว้างมากเกินไป และหากมีการระบุเป็นการเฉพาะด้วยการเน้นกรณีศึกษาของการใช้ในภาคอุตสาหกรรม ก็อาจไม่สามารถสื่อให้เห็นตัวอย่างที่แท้จริงในระดับสาธารณชนได้ เพราะยังมีอีกหลายภาคส่วนที่ยังขาดแคลนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับแนวทางในการจัดการปัญหาที่ต้องเผชิญเมื่อมีการปรับใช้เทคโนโลยีใหม่

สิ่งนี้อาจสัมพันธ์กับประเด็นข้างต้นบางส่วนตรงที่องค์กรต้องการรักษาความได้เปรียบด้านการแข่งขันตราบเท่าที่ตนสามารถทำได้ และต้องไม่สร้างผลกระทบอย่างมากมายกับต้นทุนการดำเนินงานของตนเมื่อหันมาปรับใช้ระบบอัตโนมัติสำหรับการดำเนินงานที่สำคัญทางธุรกิจ ทั้งหมดทั้งมวลก็อาจเป็นเพราะเราตั้งความหวังไว้สูงมากเกินไปก็เป็นได้

เหตุผลข้อที่ 1:ข้อมูล IoT ทั้งหมดนี้กำลังถาโถมเข้ามาอย่างไม่ขาดสายและไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นที่ไหนดี

ผู้เขียนเข้าใจดี แต่ก็เชื่อว่า IoT_มีหลายสิ่งที่น่าสนใจและสมควรได้รับความสนใจเป็นอย่างยิ่ง การแปรรูปสู่ระบบดิจิทัลโดยใช้ IoT_ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน ไม่ใช่เรื่องจินตนาการที่เพียงแค่กดปุ่มเปิดปิดสวิตช์และทั้งหมดจะยังผลโดยบัดดล แต่เราต้องค่อยๆ สร้างเริ่มต้นจากน้อยไปหามาก อาจเริ่มต้นจากการนำเซ็นเซอร์เข้ามาปรับใช้ภายในระบบการทำงานของเรา

สิ่งที่เราพบในองค์กรส่วนใหญ่ ก็คือมีการเริ่มต้นแปรรูประบบค่อนข้างน้อย บางทีอาจต้องเริ่มนำระบบอัตโนมัติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในระบบใหญ่ขององค์กรก่อน ย้อนกลับไปที่เรื่องกับดักหนู การติดตามตรวจสอบจำนวนหนูซึ่งเป็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญ ถือเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่จะผลักดันให้กระบวนการให้บริการขยายตัวเพิ่มมากขึ้น เพราะเมื่อลูกค้าเชื่อมั่นในระบบนี้แล้ว ก็ย่อมจะยอมรับในกระบวนการใหม่ๆ ที่จะมีตามมาในที่สุด

Tags
IoT

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.