www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

2 วิสัยทัศน์ ต่อระบบอัตโนมัติในอนาคต

2 วิสัยทัศน์ ต่อระบบอัตโนมัติในอนาคต
March 07
15:44 2018

เดลล์ เทคโนโลยีส์ เผยผลวิจัยใหม่ที่ชี้ให้เห็นว่า ผู้นำธุรกิจทั่วโลกทั้งในเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่นมีการแบ่งขั้วความเห็นในเรื่องระบบอัตโนมัติในมุมที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยฝั่งละเกือบครึ่งหนึ่ง แต่เกือบทั้งหมดคาดหวังว่าทั้งมนุษย์และเครื่องจักรกลจะทำงานร่วมกันในองค์กรเหมือนเป็นทีมเดียวกันภายในระยะเวลา 5 ปี

การวิจัยเชิงปริมาณ จัดทำขึ้นโดย Vanson Bourne โดยเป็นการตามรอยจากการศึกษาของเดลล์ เทคโนโลยีส์ ในหัวข้อ “Realizing 2030: The Next Era of Human-Machine Partnerships” การตระหนักถึงปี 2030 ยุคถัดไปของความร่วมมือระหว่างมนุษย์และเครื่องจักรกล ซึ่งเป็นการศึกษาที่คาดการณ์ว่าในปี 2030 เทคโนโลยีเกิดใหม่จะผลักดันความร่วมมือระหว่างมนุษย์และเครื่องจักรกลให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และร่วมมือกันอย่างลึกซึ้งมากกว่าที่เคยมีมา ทั้งนี้บรรดาผู้นำธุรกิจในภูมิภาคฯ ต่างเห็นร่วมในเรื่องนี้ ทั้งนี้ 80 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบสำรวจคาดหวังว่าทั้งมนุษย์และเครื่องจักรกลจะทำงานร่วมกันในองค์กรเหมือนเป็นทีมเดียวกันภายในระยะเวลา 5 ปี

HPE1 662x190

แต่ผู้นำเหล่านี้ยังมีความเห็นที่แตกต่างกันถึงเรื่องที่ว่าอนาคตจะนำโอกาสหรือภัยคุกคามมาให้กันแน่ และมีความเห็นแตกแยกในเรื่องของความจำเป็นในการลดความเสี่ยงเหล่านี้
ตัวอย่างเช่น
• 52 เปอร์เซ็นต์ กล่าวว่ายิ่งเราพึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้นเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งสูญเสียมากขึ้นเท่านั้น เวลาที่เกิดเหตุโจมตีบนไซเบอร์ในขณะที่อีก 48 เปอร์เซ็นต์ ไม่รู้สึกกังวลเรื่องนี้
• 53 เปอร์เซ็นต์ของผู้นำธุรกิจ กำลังเรียกร้องข้อตกลงเกี่ยวกับการสื่อสารที่ชัดเจนในกรณีที่เครื่องจักรกลที่ทำงานได้ด้วยตัวเองเกิดล้มเหลว ในขณะที่เกือบครึ่งไม่ออกเสียงในเรื่องนี้
• 49 เปอร์เซ็นต์ กล่าวว่าเครื่องคอมพิวเตอร์จะต้องทำการแปลรหัสเพื่อแยกแยะระหว่างคำสั่งที่ดีและคำสั่งที่ไม่ดี ซึ่ง 51 เปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นความจำเป็นเรื่องดังกล่าว

1อุปสรรคที่อยู่รายล้อม
ยิ่งไปกว่านั้นก็คือธุรกิจมากมายยังก้าวไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้ไม่เร็วพอ และลงลึกไม่มากพอที่จะก้าวข้ามอุปสรรคในการดำเนินการเพื่อให้ประสบความสำเร็จในการเป็นธุรกิจดิจิทัล มีเพียง 24 เปอร์เซ็นต์ ขององค์กรธุรกิจที่เชื่อว่ากำลังไปได้ดี พร้อมกับใส่ดิจิทัลไว้ในทุกสิ่งที่ทำอีก 44 เปอร์เซ็นต์ ไม่รู้ว่าจะยังสามารถแข่งขันต่อในทศวรรษถัดไปได้หรือไม่ และองค์กรธุรกิจส่วนใหญ่ (63 เปอร์เซ็นต์) กำลังพยายามอย่างมากที่จะก้าวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง

อุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางต่อการเปลี่ยนองค์กรในภูมิภาคฯ เป็นธุรกิจดิจิทัลได้สำเร็จภายในปี 2030 และต่อๆ ไป ได้แก่
1. การขาดวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ด้านดิจิทัล 66%
2. การขาดความพร้อมเรื่องคนทำงาน63%
3. ข้อจำกัดเรื่องเทคโนโลยี 50%
4. ข้อจำกัดเรื่องเงินและเวลา 37%
5. กฎหมายและระเบียบข้อบังคับต่างๆ20%

จุดร่วมคือต้องการปฏิรูปเหมือนกัน
ผู้นำอาจมีมุมมองต่างขั้วเกี่ยวกับอนาคตและต้องเผชิญกับอุปสรรคที่กีดขวางการเปลี่ยนแปลงต่างกันไป แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือต่างต้องการปฏิรูป ในความเป็นจริง องค์กรธุรกิจส่วนใหญ่เชื่อว่ากำลังไปได้ดีในการดำเนินการปฏิรูปให้ได้ภายใน 5 ปี แม้ว่าจะต้องเผชิญกับความท้าทายอยู่ก็ตาม

สิ่งที่น่าจะช่วยให้ปฏิรูปได้สำเร็จภายใน 5 ปี ก็คือ
• มีการป้องกันเพื่อรักษาความปลอดภัยบนไซเบอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 93 เปอร์เซ็นต์
• นำเสนอผลิตภัณฑ์ในลักษณะการบริการ 90 เปอร์เซ็นต์
• เปลี่ยนสู่ธุรกิจที่กำหนดการทำงานด้วยซอฟต์แวร์ได้สำเร็จ 89 เปอร์เซ็นต์
• มีการวิจัยและพัฒนาที่ช่วยขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า 83 เปอร์เซ็นต์
• มอบประสบการณ์การเชื่อมต่อแบบไฮเปอร์-คอนเน็กท์ให้กับลูกค้าด้วย VR 82เปอร์เซ็นต์
• ใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เพื่อรับรู้ความต้องการลูกค้าได้ล่วงหน้า 82 เปอร์เซ็นต์

 

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

BannerWeb_CIOworld_3

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget

Categories

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com