www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

หัวเว่ยผสานความร่วมมือรัฐบาลซาอุฯ บูรณาการระบบความปลอดภัยสาธารณะ

หัวเว่ยผสานความร่วมมือรัฐบาลซาอุฯ บูรณาการระบบความปลอดภัยสาธารณะ
October 20
14:27 2016

กรณีศึกษาโครงการขนาดใหญ่การสร้างความปลอดภัยให้เมือง หรือ Safe City เพื่อการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนของประเทศซาอุดีอาระเบีย ด้วยการปฏิรูปประสิทธิภาพของโครงสร้างพื้นฐานระบบความปลอดภัยสาธารณะเดิม และแพลตฟอร์มของหัวเว่ย ผสานแนวคิดการบูรณาการระบบ ทั้งการเฝ้าระวัง การแจ้งเตือน และการรับมือต่อสถานการณ์ฉุกเฉิน

HPE1 662x190

Adver หัวเว่ย.inddหากพูดถึง “ซาอุดีอาระเบีย” สิ่งแรกที่นึกถึงคือ นํ้ามัน ถึงแม้ว่าครึ่งหนึ่งของประเทศจะถูกปกคลุมด้วยทะเลทรายที่ไม่สามารถอยู่อาศัยได้ แต่ซาอุดีอาระเบียเป็นประเทศอาณาจักรแห่งนํ้ามันของกลุ่มประเทศอาหรับที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันตก ซึ่งมีปริมาณ
นํ้ามันสำรองคิดเป็นหนึ่งในสี่ของปริมาณนํ้ามันสำรองทั้งหมดของโลก และยังเป็นศูนย์กลางการค้าขายสำคัญในตะวันออกกลาง นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของเมืองมักกะฮ์ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาอิสลาม ที่เป็นสถานที่ประสูติของศาสดาแห่งศาสนาอิสลาม “ท่านนบี มูฮัมหมัด”โดยในแต่ละปีชาวมุสลิมต่างหลั่งไหลมาแสวงบุญจากทั่วทุกมุมโลก

เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาประเทศซาอุดีอาระเบียได้เผชิญความท้าทายครั้งสำคัญที่เกิดจากสถานการณ์การก่อการร้ายที่รุนแรงในตะวันออกกลางและความไม่มั่นคงของประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้น การสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยของสาธารณชนที่จำเป็นต่อประชาชนและผู้มาแสวงบุญจึงเป็นเรื่องยาก จนเมื่อปี ค.ศ.2006 ทางรัฐบาลซาอุดีอาระเบียได้เริ่มเดินหน้าโปรเจกต์เมืองปลอดภัย หรือ Safe City เพื่อการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

รัฐบาลซาอุฯ ชี้ปัญหา-อุปสรรคดานความปลอดภัยสาธารณชน
ทางหัวเว่ยได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อศึกษาวิจัยถึงปัญหาในเมืองหลักๆ ทั่วทั้งซาอุดีอาระเบีย และได้พบกับปัญหาต่างๆ ที่ทางรัฐบาลกำลังเผชิญอยู่ มีดังนี้
***ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานของระบบความปลอดภัยสาธารณะเดิมที่ใช้มานานไม่สามารถรองรับเทคโนโลยีในปัจจุบันและอนาคตได้เท่าที่ควร
ความแตกต่างของระบบรายงานและการแจ้งเตือนสถานการณ์ที่มีใช้ในแต่ละเมืองทำให้การติดต่อระหว่างหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นเป็นไปได้ยาก ประชาชนส่วนมากยังเข้าใจว่าการแจ้งเหตุฉุกเฉินจะต้องทำการโทรเข้าหมายเลขฉุกเฉินเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงการแจ้งเหตุโดยส่งข้อความ SMS หรือการส่งข้อความที่ปราศจากเนื้อหา(Silent SMS) มีความจำเป็นสำหรับบางสถานการณ์ เช่น ในกรณีถูกลักพาตัว
***การรับมือต่อสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นไปอย่างล่าช้าเนื่องจากขาดระบบจัดส่งความช่วยเหลือและรับสายฉุกเฉินแบบครบวงจร (call-talking and dispatching system) เมื่อมีสถานการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้น ข้อมูลต่างๆ ไม่สามารถส่งข้ามไปยังระบบบริการอื่นๆ ได้ จึงเป็นอุปสรรคต่อการประสานงานกันระหว่างหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือที่เกี่ยวข้อง
ยกตัวอย่าง กรณีการแสวงบุญประจำปีในเมืองมักกะฮ์ แกรนด์มัสยิด (The Grand Mosque) ต้องรองรับจำนวนผู้แสวงบุญมากกว่า 300,000 คน ในพื้นที่ขนาด 160,000 ตารางเมตร การรับรองความปลอดภัยของสาธารณชนในเมืองมักกะฮ์จึงเป็นเรื่องยาก เมื่อมีจำนวนผู้แสวงบุญเพิ่มขึ้นถึงเจ็ดเท่าภายในเวลาเพียง 4 วัน และเพื่อป้องกันความโกลาหลทางรัฐบาลได้ทำการขยายถนนเพิ่มทางเข้า-ออก และจัดรถบัสเพื่อรับส่งผู้แสวงบุญมากกว่า 500,000 คนในแต่ละชั่วโมงรัฐบาลยังสั่งการให้ทหาร ตำรวจ อาสาสมัคร และบุคลากรทางการแพทย์ หลายหมื่นคน รักษาความสงบเรียบร้อยของสาธารณชนและป้องกันการเกิดอุบัติภัย

อ่านต่อหน้า2

Pages: 1 2

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

BannerWeb_CIOworld_1

Like Us On Facebook

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com

Categories