www.cioworldmagazine.com

 Breaking News
  • ITEL เตรียมพร้อมสู่โลกยุคดิจิทัล 4.0 ITEL หรือ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) ชูยุทธศาสตร์เจ้าถนนไฟเบอร์ออฟติก โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้โครงข่าย “Interlink Fiber Optic” เป็นโครงข่ายที่มีความรวดเร็วและเสถียรที่สุดในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม และสามารถรองรับการให้บริการรูปแบบใหม่ๆ ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี...
  • Balkanization: Security Should Not Be in Isolation แคสเปอร์สกี้ แลป ประกาศภัยอันตรายจากแนวคิด Balkanization หรือ การรักษาความปลอดภัยที่ขาดความร่วมมือ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจำเป็นต้องร่วมมือกัน การแยกตัวโดดเดี่ยวขาดความร่วมมือจะไม่สามารถเป็นเกราะป้องกันภัยคุกคามทางอินเทอร์เน็ตได้...
  • ทีโอที โชว์โครงข่ายพื้นฐานโทรคมล้ำสมัย ใหญ่สุดของประเทศรองรับ BIG DATA-IoT บมจ.ทีโอที ร่วมมหกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลยิ่งใหญ่ ภายใต้คอนเซปต์ “TOT : Lively Network โครงข่ายมีชีวิต โครงข่าย ทีโอที” ในงานสัมมนาและนิทรรศการนานาชาติ “ Digital Thailand Big Bang 2018”...
  • ความร่วมมือระหว่างสำนักงาน กสทช.และ ITU ผศ. ภักดี มะนะเวศ รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการกำกับดูแลภายในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ระหว่างสำนักงาน กสทช. และ ITU...
  • HPE is now qualified OEM for Intel FPGAs HPE ProLiant Server เตรียม Support “Intel® Arria® 10 GX FPGAs” สำหรับเหล่า programmer/developer ที่ต้องการHardware ที่แตกต่างจากปัจจุบันที่ใช้อยู่ โดยในเบื้องต้นจะสามารถใช้บน DL360/DL380 Gen10 ช่วงประมาณเดือนธันวาคมนี้...

เดินหน้าธุรกิจด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ

เดินหน้าธุรกิจด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ
June 13
16:24 2018

“การดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัลจำเป็นต้องมีเทคโนโลยีที่ตอบสนองได้อย่างรวดเร็วจากข้อมูลปัจจุบัน (automate and real time)นำเสนอข้อมูลที่ตรงกับความต้องการ (relevant)จึงหนีไม่พ้นกับการต้องใช้เทคโนโลยีแบบอินเทลลิเจนท์มาเป็นเครื่องมือ”

วิชญ์ วงศ์หาญเชาว์ Business Development – Digital Transformation บริษัท ยิบอินซอย จำกัดให้ข้อคิดการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล ด้วยวางกลยุทธ์เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่มีความอัจฉริยะ ซึ่งการแข่งขันทางธุรกิจเข้มข้นขึ้นจนองค์กรที่มี บิสซิเนส อินเทลลิเจนซ์ ในการวิเคราะห์ข้อมูลและตัดสินใจเริ่มไม่เพียงพอต่อการแข็งขันทางธุรกิจ บริษัทเริ่มกลับมามองข้อมูลที่ตัวเองมี ดึงข้อมูลจากภายนอก เพื่อนำมาใช้ประกอบการวิเคราะห์ตอบสนองความต้องการให้กับลูกค้า

HPE1 662x190

เช่น 1) มีการปรับปรุง ปรับเปลี่ยน ขบวนการผลิตและให้บริการเพื่อให้มีประสิทธิภาพทั้งในแง่ของคุณภาพ เวลา ต้นทุน2) สร้างระบบที่รองรับการผลิตสินค้าหรือบริการสำหรับลูกค้าแต่ละคนจำนวนมากๆ ได้ (mass customization) เพื่อรองรับความต้องการของแต่ละคน โดยเฉพาะคนเจนเนอเรชั่นใหม่ๆ ที่มีทางเลือกมีความต้องการปัจเจก และ 3) สร้างเครือข่ายพันธมิตรเพื่อที่จะนำเสนอกลุ่มบริการและผลิตภัณฑ์เต็มรูปแบบที่เป็นประโยชน์สูงสุดให้กับลูกค้า ตัวอย่างทั้ง 3 ข้อข้างต้นก็เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าอันจะนำไปสู่การสร้างโอกาส สร้างเสริมรายได้ และความสำเร็จทางธุรกิจ

2เมื่อเราเอาลูกค้าขึ้นมาเป็นตัวตั้ง มองจากมุมลูกค้ายุคโมบิลิตี้ที่สามารถเลือก ค้นหาข้อมูลเปรียบเทียบ ได้จากทุกที่ทุกเวลา เราจึงจำเป็นต้องมีเทคโนโลยีที่ตอบสนองได้อย่างรวดเร็วจากข้อมูลปัจจุบัน (automate and real time)นำเสนอข้อมูลที่ตรงกับความต้องการ (relevant)จึงหนีไม่พ้นกับการต้องใช้เทคโนโลยีแบบอินเทลลิเจนท์มาเป็นเครื่องมือใช้ปัญญาประดิษฐ์ที่โต้ตอบและแก้ไขปัญหาได้เหมือนหรือใกล้เคียงมนุษย์ บทความนี้ จึงขอนำเสนอภาพความเป็นไปของเทคโนโลยีที่ฉลาดมากขึ้นไว้เป็นไอเดียกว้างๆ ในการปรับแต่งระบบไอที และเพิ่มเติมส่วนที่ขาด เพื่อตอบโจทย์ความเป็นองค์กรธุรกิจอัจฉริยะ (Intelligence & Automation) อย่างแท้จริงในอนาคต

บริการไอทีแบบครบจบทุกสิ่ง:รายงานสถานะด้านไอทีปี 2561 โดย สไปรซ์เวิร์ค ชี้ถึงรูปแบบบริการด้านไอทีที่ธุรกิจต้องการเพิ่มขึ้นในอนาคตได้แก่ บริการระบบจัดการไอทีแบบอัตโนมัติ (IT Automation) บริการระบบจัดเก็บข้อมูลที่ควบคุมด้วยซอฟต์แวร์ (SDS) บริการเครือข่ายจัดเก็บข้อมูลแบบเสมือน (Virtual SAN) บริการจัดการเครือข่ายด้วยซอฟต์แวร์ (SDN)รวมถึงบริการจัดการโครงสร้างพื้นฐานแบบไฮเปอร์คอนเวอร์เจนซ์ (Hyper-convergence)

เช่นเดียวกับการ์ทเนอร์ ซึ่งชี้ให้เห็นบริการไอทีบนคลาวด์ที่กำลังเพิ่มขึ้นจากเดิม ได้แก่ บริการการบริหารกระบวนการธุรกิจบนคลาวด์ (BPaaS) บริการด้านความปลอดภัยและการบริหารจัดการคลาวด์ และบริการการจัดทำโฆษณาผ่านคลาวด์ เป็นต้น นับจากนี้ รูปแบบบริการด้านไอทีบนคลาวด์จะไม่จำกัดอยู่ที่บริการด้านซอฟต์แวร์ (SaaS) แพลตฟอร์ม (PaaS) และอินฟราสตรัคเจอร์ (IaaS) อีกต่อไป

แต่จะเป็นการจัดบริการไอทีทุกประเภทที่องค์กรต้องการ หรือ XaaS (Anything as a Service) การเลือกใช้บริการบนคลาวด์จึงต้องสมดุลทั้งในแง่ความรวดเร็วในการออกผลิตภัณฑ์และการถูกผูกขาดกับ vendor เจ้าใดเจ้าหนึ่ง แต่ทั้งนี้เนื่องจากบริการบนคลาวด์มีใหม่ๆ ออกมาจำนวนมากอย่างรวดเร็ว การ reimplement จะสามารถทำได้ง่ายและรวดเร็วกว่าในอดีตที่ผ่านมา

ความลงตัวของคลาวด์ลูกผสม:คลาวด์แบบไฮบริดจะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของระบบไอที และจะโตขึ้นกว่า 50% ในปี  2563 ตามการคาดการณ์ของ 451 รีเสิร์ช เนื่องจากองค์กรต้องการรูปแบบการทำงานที่ปรับเปลี่ยนได้เร็ว มีบริการที่สามารเรียกใช้เช่น machine learning, AI เหมือนคลาวด์สาธารณะ แต่ยังคงความปลอดภัยอยู่ในดาต้าเซ็นเตอร์ของตนเอง (Public cloud-like on Premise) ความคุ้มค่าของระบบงาน คือ การที่องค์กรสามารถจัดประเภทและปริมาณงานของแต่ละคนแต่ละแผนกว่าควรใช้งานบนไอทีระบบไหน การจัดปรับทรัพยากรไอทีให้พร้อมใช้ได้ตลอดเวลาตามที่ต้องการ ซึ่งเพิ่มประสิทธิภาพ ลดค่าใช้จ่าย และควบคุมการใช้งานไอทีได้อย่างถูกต้อง ทั้งเป็นการบริหารค่าใช้จ่ายด้านไอทีที่ไม่กระทบกับกระแสเงินสดของธุรกิจมากนัก เพราะเป็นการจ่ายเท่าที่ใช้จริง

3จาก Hyper-convergence สู่ Composable:โครงสร้างพื้นฐานแบบไฮเปอร์คอนเวอร์เจนซ์ในการจัดการใช้ทรัพยากรร่วมกัน กำลังขยับไปสู่ความเป็น Composable ซึ่งช่วยให้องค์กรสามารถบริหารจัดการทรัพยากรข้อมูล (Resource Pool) หรือโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ในระบบ โดยมีซอฟต์แวร์ที่มีความชาญฉลาดมาเป็นตัวควบคุมหรือบริหารจัดการ (Software-Defined Infrastructure) เพื่อผสมผสาน สับเปลี่ยนแพลตฟอร์มการทำงานต่างๆ หรือเรียกคืนทรัพยากรกลับสู่ส่วนกลางเมื่อไม่ต้องการใช้งาน ในแนวทางที่กว้างขวางมากกว่าเดิม

เช่น เอพีไอ (API) ในการพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพื่อสร้างระบบการจัดการทรัพยากรสำหรับทำงานแบบอัตโนมัติ และเพิ่มความสะดวกในการการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานได้โดยไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนตัวอุปกรณ์บ่อยๆ เป็นต้น กล่าวคือมีอินเทลลิเจนท์เทคโนโลยีมาลดเวลาขั้นตอนการสร้างการโยกย้ายโครงสร้างพื้นฐานให้เป็นไปตามความต้องการของแอพพลิเคชั่นและปริมาณงานโดยอัตโนมัติ

เมื่อสตอเรจทุกตัว คือ เทคโนโลยีแฟลช: ณ ชณะนี้ เรากำลังก้าวเข้าสู่คลื่นลูกที่สามเทคโนโลยีสตอเรจที่เรียกว่า All Flash Data Center ที่ในอนาคตจะเป็นการใช้งานแฟลชเต็มรูปแบบ หมายความว่า แอพพลิเคชั่นต่อจากนี้จะถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานร่วมกับแฟลชแทนการจัดเก็บบนดิสก์ประเภทจานหมุนซึ่งจะค่อยๆ หายไปในที่สุด

โดยการ์ทเนอร์ยืนยันว่า การใช้งานแฟลชในการจัดเก็บข้อมูลแทนฮาร์ดดิสก์ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ 76%ลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาได้ 16% ลดค่าใช้จ่ายในการจัดการ 48% และเพิ่มพื้นที่ในตู้จัดเก็บได้เกินกว่า 48% นอกจากนี้ เทคโนโลยีแฟลชซึ่งออกแบบมาให้จัดเก็บข้อมูลที่มีโครงสร้างหลากหลายในปริมาณมาก สับเปลี่ยนเคลื่อนย้ายได้อย่างรวดเร็ว และทำให้การแบ็คอัพข้อมูลในอนาคตมีประสิทธิภาพมากขึ้นตามไปด้วย

การเพิ่มพื้นที่สื่อสารและการทำงานเแบบดิจิทัล: จะเกิดการพัฒนาเครือข่ายไร้สายในโหมดการทำงานแบบคลาวด์ในยุคไอโอทีและบิ๊กดาต้า ผ่านอุปกรณ์เอพี (AP) เพื่อจ่ายคลื่นความถี่ที่สะอาดที่สุดและได้ความเร็วสูงสุด รวมทั้ง การพัฒนาแอพพลิเคชั่นแบบAI ที่เพิ่มมากขึ้นสำหรับใช้วิเคราะห์ขั้นสูงที่จะมีผลต่อการประกอบธุรกิจ หรือพัฒนากระบวนการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

เราคงเคยได้ยิน “Work Hard หรือจะ Work Smart” Work Hard ได้ถูกแทนที่ด้วยเครื่องจักรกับสมองกล ตอนนี้ Work Smart กำลังลังถูกแทนที่ด้วย Artificial Intelligent ทั้งสองยังคงต้องมีมนุษย์ดูแลกำกับเพื่อประโยชน์ของมนุษย์ แต่ถ้าจะมองคุณค่าที่สูงขึ้นคงต้องปรับตัวเปลี่ยนแปลงให้มีความคิดสร้างสรรค์ Creativity ถึงจะอยู่รอดยั่งยืน เทคโนโลยีแบบอินเทลลิเจนท์ ก็จะยังคงเป็นเพียงแค่เครื่องมือของมนุษย์ต่อไป

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

BannerWeb_CIOworld_1

Like Us On Facebook

Categories

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com