www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

รพ.สมิติเวช ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานไอทีใหม่ เพื่อก้าวสู่ “Digital Hospital”

รพ.สมิติเวช ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานไอทีใหม่ เพื่อก้าวสู่ “Digital Hospital”
May 21
13:09 2015

ธุรกิจด้านสุขภาพของประเทศไทยนั้นเติบโตจนได้รับการคาดหมายว่าประเทศไทยจะกลายเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพของโลกในอนาคต ข้างหน้า แต่คนไข้จำนวนไม่น้อยกลับยัง ต้องพบปัญหาความไม่สะดวกสบายในการเข้ารับบริการในโรงพยาบาล ตั้งแต่ เรื่องของการลงทะเบียน การเรียกหาแฟ้มประวัติการรักษา ตลอดจนถึงการ ส่งต่อข้อมูลผู้ป่วยระหว่างโรงพยาบาลสิ่งเหล่านี้ยังคงเป็นอุปสรรคความล่าช้า ปัจจุบันจึงได้มีการพัฒนาระบบเทคโนโลยีในโรงพยาบาลเพื่อให้สามารถบริการได้ดีมากขึ้น

HPE1 662x190

ปัจจุบัน โรงพยาบาลสมิติเวช มีโรงพยาบาลสาขาในเครือ ได้แก่ สุขุมวิท, ศรีนครินทร์, ศรีราชา, ธนบุรีและโรงพยาบาลเด็กนานาชาติสมิติเวชโดยที่สาขาสุขุมวิทให้บริการรองรับผู้ป่วยนอกรวม 2,500 ราย ต่อวันโดยมีห้องตรวจโรค 200 ห้อง และบุคลากรมากกว่า 3,000 คนและได้รับการยอมรับในฐานะแหล่งให้บริการทางการแพทย์ที่ครบวงจรซึ่งตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานครมาอย่างยาวนานโดยมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำของโรงพยาบาลระดับแนวหน้าของประเทศไทยที่ให้บริการทางการแพทย์ที่ครบวงจรด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยมีระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพทีมบุคลากรและผู้เชี่ยวชาญที่มีคุณภาพพร้อมการให้บริการผู้ป่วยตลอด 24 ชั่วโมง

 

ใช้ทรัพยากรด้านไอทีให้คุ้มค่าสอดรับกับการเติบโต
การทำงานของโรงพยาบาลมีความซับซ้อนมีความจำเป็นต้องมีระบบสารสนเทศมาช่วยในการทำงานทุกขั้นตอนซึ่งปัจจุบัน โรงพยาบาลมีพนักงานไอที 50 คน ดูแลในส่วนโปรแกรมมิ่ง ระบบโครงสร้างพื้นฐาน และแอพพลิเคชั่น เมื่อธุรกิจของโรงพยาบาลเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา องค์กรจึงต้องใช้คอมพิวเตอร์พีซีเพิ่มขึ้นเพื่อใช้ในการทำงานเพื่อตอบสนองความต้องการขององค์กรและบริการลูกค้าให้ได้ประสิทธิภาพเมื่อมีการใช้คอมพิวเตอร์พีซีเพิ่มขึ้นปัญหาที่พบกับโครงสร้างไอทีปัจจุบันขององค์กร คือมีเซิร์ฟเวอร์ เป็นจำนวนมากเปลืองพื้นที่ติดตั้งที่สำคัญต้องทำการเชื่อมต่อระบบด้วยสาย LAN และไฟเบอร์แชนแนล(FC)จำนวนมากทำให้เกิดการใช้พลังงานไฟฟ้ามากซึ่งทำให้สิ้นเปลืองและต้องเพิ่มคนดูแลเพื่อแก้ไขเรื่อง ระบบปฏิบัติการ แอพพลิเคชั่น และฮาร์ดแวร์

นอกจากนี้เมื่อองค์กรต้องการการเปิดหน่วยงาน หรือแผนกใหม่ต้องใช้เวลานานในการปฏิบัติงาน เพราะการบริหารจัดการระบบทั้งหมดต้องแยกส่วนกันทำทำให้บริหารจัดการยาก ทาง รพ.สมิติเวช จึงเริ่มมีแนวคิดว่าต้องหาโซลูชั่น หรืออุปกรณ์ที่เข้ามาจัดการให้ระบบนั้นสามารถทำงานได้จากทุกที่โดยที่ไม่จำเป็นต้องลงทุนเกินกว่าที่จำเป็น อีกทั้งยังต้องสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามยุคตามสมัย เมื่อเทคโนดลยันั้นมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น อีกทั้งยังต้องสามารถทำให้องค์กรใช้ทรัพยากรด้านไอที และพลังงานได้อย่างคุ้มค่าสอดคล้องกับแนวทางขององค์กรในการมุ่งเป็น Green Organization ของเราอีกด้วย

เพิ่มประสิทธิภาพการบริการ ด้วยเทคโนโลยีโมบิลิตี้ และเวอร์ช่วลไลเซชั่น
ในแต่ละปีโรงพยาบาลสมิติเวชวางงบประมาณด้านไอทีไว้ราว1.5% ของรายได้เพื่อบริหารจัดการระบบเดิมรวมถึงการลงทุนในนวัตกรรมใหม่ๆเพื่อเสริมศักยภาพการบริการผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ และเพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์หลักของโรงพยาบาลในการมุ่งสู่การเป็น Green organization โรงพยาบาลจึงให้ความสำคัญกับการใช้งบประมาณให้คุ้มค่ามากที่สุด โดยเลือกซื้อฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่มีความเหมาะสมและคุ้มค่าในการทำงาน ทำให้ไม่ต้องลงทุนติดตั้งระบบใหม่ทั้งหมดพร้อมลดการใช้พลังงานโดยไม่จำเป็นการใช้เทคโนโลยีเวอร์ช่วลไลเซชั่นจึงช่วยตอบโจทย์ในแง่การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับองค์กร และบุคลากรในองค์กรทำงานได้แบบมีโมบิลิตี้มากขึ้น

เมื่อพิจารณาจากความต้องการของ รพ.สมิติเวช จึงได้หันมาเลือกใช้เทคโนโลยีของวีเอ็มแวร์ประกอบไปด้วยVMware vSphere? สำหรับการทำเซิร์ฟเวอร์ เวอร์ช่วลไลเซชั่น โดยติดตั้งใช้งานมาเป็นระยะเวลา 5 ปีและVMware Horizon?สำหรับการทำเดสก์ท็อป เวอร์ช่วลไลเซชั่น ใช้มาแล้วเป็นเวลา 1 ปี 3 เดือน โดยติดตั้งกับคอมพิวเตอร์ของทุกแผนกโดยรวมประมาณ 1,400 เครื่อง ใช้เวลาติดตั้งไม่เกิน 2 วัน และเวอร์ช่วลไลซ์ทรัพยากรไอทีของโรงพยาบาลไปแล้วกว่า 95%

ภานุรัตน์ดร. นพ. ภาณุรัตน์ ธัญญสิริ CIO ของกลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช และBNH กล่าวว่า โซลูชั่นของวีเอ็มแวร์ทำให้ระบบไอทีสามารถทำทุกอย่างได้รวดเร็วขึ้น ทำให้การบริหารจัดการระบบง่ายและรวมศูนย์ โดยช่วยให้ไอทีแก้ไขปัญหาให้ผู้ใช้งานได้ง่ายและรวดเร็วขึ้นโดยไม่ต้องไปที่หน้างาน รวมถึงใช้เวลาน้อยลงเวลาที่ต้องการเปิดหน่วยงานใหม่ นอกจากนี้ โรงพยาบาลใช้งานทรัพยากรไอทีที่มีอยู่ในองค์กรได้เต็มประสิทธิภาพและคุ้มค่า 100% และประหยัดไฟฟ้ามากกว่าเดิมถึง 90% ด้วยการใช้ Zero client แทนการใช้คอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป ผู้จัดการระบบและพนักงานปฎิบัติงานได้ดีและรวดเร็วขึ้นสามารถตอบสนองความต้องการของทีมงานที่ต้องการใช้ระบบได้ดีขึ้น อีกทั้งยังสามารถทำงานเข้ากับระบบเดิมที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถติดตั้งและใช้งานได้ค่อนข้างง่ายไม่ซับซ้อนเมื่อเทียบกับVirtual Machine จากแบรนด์อื่น ช่วยลดโอกาสที่จะทำให้เกิดดาวไทม์ จึงทำให้องค์กรสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ผู้ดูแลระบบสามารถปฏิบัติงานบริหารจัดการใช้งานระบบได้ง่ายขึ้น

เทคโนโลยีเวอร์ช่วลไลเซชั่นช่วยให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง

เลือกการติดตั้งใช้งานเวอร์ช่วลไลซ์เดสก์ท็อป หรือการทำเดสก์ท็อปเสมือนเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการทำงานแบบโมบิลิตี้ให้กับแพทย์พยาบาล และพนักงานในองค์กรสามารถทำงานร่วมกันและเข้าถึงข้อมูลไม่ว่าอยู่ที่ใดก็ตามได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอาทิ ข้อมูลพื้นฐานสำคัญต่างๆ ขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นรายชื่อบุคลากรทางการแพทย์ และพนักงาน ผ่านแอพพลิเคชั่น Active Directory หรือระบบการจัดการเอกสารข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วย ผ่านแอพพลิเคชั่น TrakCareเป็นต้นฯเทคโนโลยีเวอร์ช่วลไลเซชั่น สามารถช่วยให้ธุรกิจการให้บริการด้านสุขภาพมี “ความพร้อมอย่างต่อเนื่อง” ในการให้บริการ โดยแพทย์สามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญของผู้ป่วยได้อย่างปลอดภัยผ่านระบบปฏิบัติการ และเว็บต่างๆ จากที่ใดเมื่อไหร่ก็ได้ แม้จะอยู่จากข้างนอกโรงพยาบาล แพทย์สามารถล็อกอินจากออฟฟิศหรือจากที่บ้านเพื่อติดตามดูแลผู้ป่วยของตนเอง และสามารถตรวจสุขภาพของผู้ป่วย หรือให้คำปรึกษาผู้ป่วยในเรื่องการดูแลตนเองหลังจากผ่าตัดผ่านระบบโดยไม่จำเป็นต้องอยู่ที่โรงพยาบาล

การใช้งานเวอร์ช่วลเดสก์ท็อปทำให้องค์กรสามารถใช้งานบนเครื่องคอมพิวเตอร์พีซีเดิมที่มีอายุการใช้งานมากถึง 5ปีได้รวดเร็วเหมือนใช้คอมพิวเตอร์เครื่องใหม่เทคโนโลยีดังกล่าวจึงช่วยลดค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาลในการจัดหาคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปใหม่นอกจากนี้ ทำให้ระบบไอทีของโรงพยาบาลทำงานได้แบบอัตโนมัติพร้อมช่วยย่นระยะเวลาในการทำงานของพนักงานที่ปกติต้องนั่งมอนิเตอร์ระบบตลอดเวลา องค์กรจึงได้รับประโยชน์จากความคล่องตัว ความยืดหยุ่นในการใช้งานไอที รวมถึงการตอบสนองต่อการใช้งานที่เพิ่มขึ้น และสามารถควบคุมการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ซึ่งในอนาคต โรงพยาบาลสมิติเวช พร้อมร่วมมือกับวีเอ็มแวร์ ในการวางแผนสร้าง ไพรเวท คลาวด์ขององค์กร โดยใช้ซอฟต์แวร์ในการบริหารจัดการให้สมบูรณ์แบบ รวมถึงการทำเน็ตเวิร์ก เวอร์ช่วลไลเซชั่น และใช้งาน DR Site (Site Recovery manager) สำหรับการวางแผนจัดการธุรกิจเพื่อให้ทำงานอย่างต่อเนื่อง (Business Continuity Plan: BCP) 

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

BannerWeb_CIOworld_2

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget

Categories

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com