www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

ผู้นำรุ่นใหม่พร้อมเปลี่ยนธุรกิจครอบครัวสู่ดิจิทัล

ผู้นำรุ่นใหม่พร้อมเปลี่ยนธุรกิจครอบครัวสู่ดิจิทัล
January 03
15:35 2018

ผู้บริหารธุรกิจครอบครัวรุ่นใหม่เชื่อในกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับยุคดิจิทัล แต่ปัญหาช่องว่างระหว่างวัยส่งผลให้มีความเห็นในแง่ของการลงทุนเทคโนโลยีที่ต่างกัน ส่งให้การเปลี่ยนถ่ายธุรกิจสู่ดิจิทัลชะงักงันและขัดขวางการเติบโตของธุรกิจ

รายงานของ PwC เรื่อง Same passion, different paths: How the next generation of family business leaders are making their mark ที่ทำการสัมภาษณ์เชิงลึกทายาทกิจการรุ่นใหม่จำนวน 35 ราย จาก 21 ประเทศ อีกทั้งทำการสำรวจความคิดเห็นทายาทรุ่นใหม่ในรูปแบบอื่นๆ อีกกว่า 100 ราย พบว่า ช่องว่างระหว่างวัยและการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรยังคงเป็นปัญหาที่ผู้นำธุรกิจครอบครัวรุ่นใหม่ต้องเผชิญอยู่ในปัจจุบัน ขณะที่การเปลี่ยนถ่ายธุรกิจเข้าสู่ดิจิทัลได้กลายเป็นความท้าทายที่พวกเขาต้องเร่งทำความเข้าใจกับผู้นำรุ่นพ่อ-แม่ เนื่องจากมุมมองในเรื่องของความคุ้มค่าของเงินลงทุน รวมทั้งประโยชน์ของการนำเทคโนโลยีมาใช้ในธุรกิจของผู้นำแต่ละรุ่นนั้นยังคงมีความแตกต่างกัน ด้วยความเห็นที่แตกต่างนี้ส่งผลให้เกิดปัญหาใหญ่ในเรื่องการเติบโตขององค์กรและความล่าช้าในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ทำให้ผู้นำรุ่นใหม่มีแนวโน้มที่จะผันตัวไปเป็นผู้ประกอบการธุรกิจของตนเองมากขึ้น

HPE1 662x190

3นิพันธ์ ศรีสุขุมบวรชัย หุ้นส่วนสายงานภาษีและกฎหมาย บริษัท PwC ประเทศไทย เปิดเผยว่า รายงานของ PwC ชี้ให้เห็นว่า ท่ามกลางสภาพแวดล้อมของการทำธุรกิจในโลกปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้ดิจิทัลกลายเป็นความท้าทายที่องค์กรต่างๆ รวมทั้งธุรกิจครอบครัวเองต้องตระหนักถึง ซึ่งสะท้อนได้จาก 75% ของทายาทผู้นำรุ่นใหม่ที่ถูกสำรวจเชื่อว่า การมีกลยุทธ์ที่เหมาะสมต่อการทำธุรกิจในยุคดิจิทัลถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก และในฐานะที่ผู้บริหารรุ่นนี้เป็นกลุ่มคนที่เติบโตในโลกของเทคโนโลยีและมีความคุ้นเคยกับการใช้ดิจิทัล (Digital natives) จึงรู้สึกได้ถึงความสะดวกสบายของการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ และเห็นถึงศักยภาพที่จะนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงขององค์กร ถึงกระนั้น ก็มีผู้ตอบแบบสอบถามเพียง 7% เท่านั้นที่เชื่อว่า ในปัจจุบันกิจการครอบครัวของตนเองกำลังดำเนินธุรกิจบนแนวทางที่สอดรับกับโลกดิจิทัลดังกล่าว ทั้งนี้ สาเหตุสำคัญอาจเป็นเพราะระดับของการเปลี่ยนถ่ายธุรกิจ และขนาดของเงินลงทุนที่ทำให้ผู้บริหารรุ่นเก่าหลายรายไม่กล้าที่จะผูกมัดตัวเองในประเด็นนี้ โดย 36% ของทายาทธุรกิจครอบครัวรุ่นใหม่แสดงความอึดอัดที่ผู้บริหารพ่อ-แม่ไม่พยายามเข้าใจถึงศักยภาพของดิจิทัลและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นความล้าหลังของเทคโนโลยี ในขณะเดียวกัน ทายาทของผู้นำธุรกิจครอบครัวเหล่านี้ยังมองว่า นวัตกรรมกลายเป็นองค์ประกอบหลักของการดำเนินธุรกิจในโลกปัจจุบัน โดย 82% มองว่า นวัตกรรมมีความสำคัญมากต่อความสำเร็จของธุรกิจ อย่างไรก็ตาม ก็มีทายาทกิจการรุ่นใหม่เพียง 15% ที่บอกว่า เห็นการประยุกต์ใช้นวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องภายในองค์กรของตน

4 เส้นทางของทายาทธุรกิจครอบครัวรุ่นใหม่
นอกจากนี้ รายงานของ PwC ยังได้กำหนดลักษณะของทายาทธุรกิจครอบครัวรุ่นใหม่ออกเป็น 4 แบบ ประกอบด้วยการเป็นผู้ดูแล ผู้เปลี่ยนถ่าย ผู้ประกอบการภายใน และผู้ประกอบการ ทั้งนี้ ทายาทกิจการรุ่นใหม่บางรายอาจเลือกเส้นทางในการดำเนินกิจการของครอบครัวมากกว่า 1 ลักษณะที่กล่าวมา โดยพิจารณาจากการบริหารจัดการความท้าทาย ความเสี่ยงที่เผชิญ พร้อมทั้งโอกาสในการเติบโตขององค์กร ดังนี้

ผู้ดูแล (Stewards): ทายาทกิจการรุ่นใหม่ที่มุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับตัวธุรกิจและปกป้องผลกำไรโดยยึดธุรกิจดั้งเดิมเป็นหลัก
         
ผู้เปลี่ยนถ่าย (Transformers):ทายาทกิจการรุ่นใหม่ที่กล้าเสี่ยงในการเป็นผู้ผลักดันการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญให้กับกิจการของครอบครัวภายใต้ขอบเขตและการสนับสนุนที่มี
          
ผู้ประกอบการภายใน (Intrepreneurs): การประกอบกิจการใหม่ของทายาทผู้นำธุรกิจครอบครัว โดยจัดตั้งเป็นหน่วยธุรกิจเพื่อดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจภายใต้องค์กรเดิมของครอบครัว และเพื่อเป็นโอกาสให้ทายาทรุ่นใหม่ได้เป็นผู้ประกอบการภายใต้กิจการครอบครัวของตัวเอง
          
ผู้ประกอบการ (Entrepreneurs: ทายาทกิจการรุ่นใหม่ที่เลือกจะตามหาฝันของตัวเอง โดยแยกตัวออกไปตั้งธุรกิจของตัวเองไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจครอบครัว และมีหลายรายที่ประกอบกิจการในอุตสาหกรรมที่แตกต่างจากกิจการของครอบครัวไปโดยสิ้นเชิง

“5Cs” กลยุทธ์สู่ความสำเร็จของธุรกิจครอบครัว
ทั้งนี้ ทายาทรุ่นใหม่ที่จะสามารถเป็นผู้นำพากิจการของครอบครัวให้ดำเนินไปบนเส้นทางที่แตกต่างได้ต้องอาศัยปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจครอบครัวประสบความสำเร็จด้วยกัน 5 ประการ ได้แก่

วัฒนธรรม (Culture): ธุรกิจครอบครัวควรส่งเสริมวัฒนธรรมของการทำให้องค์กรเป็นสถานที่ที่ทายาทรุ่นใหม่สามารถเรียนรู้และเติบโตได้อย่างปลอดภัย
          
2การสื่อสาร (Communication):การสื่อสารสองทางจะนำไปสู่การสร้างความผูกพันที่แท้จริงบนพื้นฐานของความเคารพและเชื่อใจระหว่างเจ้าของกิจการครอบครัวรุ่นใหม่และรุ่นปัจจุบัน ซึ่งจะทำให้เกิดการยอมรับในความคิดเห็นซึ่งกันและกัน รวมทั้งสร้างประสบการณ์ที่มีคุณค่าและเปิดรับมุมมองใหม่ๆ
          
ความชัดเจน (Clarity): การมีกลยุทธ์ที่ชัดเจนและการแบ่งขอบเขตของหน้าที่และความรับผิดชอบที่ได้ตกลงกันไว้ล่วงหน้าเป็นสิ่งที่สำคัญ ทั้งนี้เพราะการบริหารความสัมพันธ์และจัดการอารมณ์ของสมาชิกธุรกิจครอบครัวถือเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อนและเป็นหัวใจของการบริหารกิจการครอบครัว
          
ความน่าเชื่อถือ (Credibility): ในฐานะ “ลูกของนายจ้าง” ทายาทกิจการรุ่นใหม่ยิ่งต้องพิสูจน์ความสามารถของตัวเองผ่านการทำงานให้เป็นที่ยอมรับนับถือจากเพื่อนร่วมงาน และควรหาประสบการณ์ทำงานจากภายนอกก่อนเข้ามารับหน้าที่ทำงานกิจการของครอบครัว
          
ความมุ่งมั่น (Commitment):ธุรกิจครอบครัวต้องมีความมุ่งมั่นในระยะยาวในการพัฒนาทายาทรุ่นใหม่ ขณะเดียวกันทายาทรุ่นใหม่ก็ต้องพร้อมที่จะทุ่มเทเวลาในการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองให้เกิดผลสำเร็จด้วยเช่นกัน

นิพันธ์ กล่าวต่อว่า “ปัจจุบันธุรกิจครอบครัวในประเทศไทยกำลังประสบปัญหาช่องว่างระหว่างวัยและการเปลี่ยนถ่ายธุรกิจเข้าสู่ดิจิทัล เช่นเดียวกับธุรกิจครอบครัวทั่วโลก โดยการนำดิจิทัลมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจถือเป็นสิ่งที่ทายาทผู้นำรุ่นใหม่ของไทยตระหนักถึงความสำคัญเป็นอย่างดี แต่ปัญหาคือผู้นำรุ่นปัจจุบันกลับมองไม่เห็นศักยภาพของดิจิทัล และไม่เชื่อว่าจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจครอบครัวได้ ด้วยเหตุนี้ จึงเห็นกระแสของทายาทผู้นำรุ่นใหม่ที่ผันตัวเองไปเป็นผู้ประกอบการ โดยแยกออกมาตั้งธุรกิจใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจครอบครัวมากขึ้น และมีการนำดิจิทัลมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจใหม่ของพวกเค้าในมิติต่างๆ เพื่อเป็นการพิสูจน์ให้ครอบครัวเห็นว่า ดิจทัลนั้นสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจได้จริง โดยมองว่า สุดท้ายแนวโน้มทายาทผู้นำรุ่นใหม่ที่แยกตัวออกไปเป็นผู้ประกอบการนั้น หากธุรกิจใหม่ที่สร้างขึ้น ไม่สามารถเติบโตได้อย่างโดดเด่นหรือมีขนาดใหญ่เท่ากับกิจการของครอบครัวของตัวเองได้ ท้ายที่สุดก็อาจรวมธุรกิจของตนเองเข้ากับธุรกิจครอบครัวเดิม
          
“ทางออกหนึ่งที่จะช่วยให้ธุรกิจครอบครัวของไทยสามารถเปลี่ยนถ่ายองค์กรไปสู่ดิจิทัลได้คือ การมีโครงสร้างธุรกิจ กลยุทธ์และการแบ่งขอบเขตหน้าที่ ความรับผิดชอบของคนในครอบครัวอย่างชัดเจน รวมทั้ง มีการวางระบบบริหารธุรกิจครอบครัวที่เหมาะสม ผ่านการสื่อสารอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดปัญหาความขัดแย้งและความคิดเห็นที่แตกต่างกันภายในครอบครัว” นิพันธ์ กล่าวทิ้งท้าย

 

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

BannerWeb_CIOworld_2

Like Us On Facebook

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com

Categories