www.cioworldmagazine.com

 Breaking News
  • ITEL เตรียมพร้อมสู่โลกยุคดิจิทัล 4.0 ITEL หรือ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) ชูยุทธศาสตร์เจ้าถนนไฟเบอร์ออฟติก โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้โครงข่าย “Interlink Fiber Optic” เป็นโครงข่ายที่มีความรวดเร็วและเสถียรที่สุดในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม และสามารถรองรับการให้บริการรูปแบบใหม่ๆ ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี...
  • Balkanization: Security Should Not Be in Isolation แคสเปอร์สกี้ แลป ประกาศภัยอันตรายจากแนวคิด Balkanization หรือ การรักษาความปลอดภัยที่ขาดความร่วมมือ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจำเป็นต้องร่วมมือกัน การแยกตัวโดดเดี่ยวขาดความร่วมมือจะไม่สามารถเป็นเกราะป้องกันภัยคุกคามทางอินเทอร์เน็ตได้...
  • ทีโอที โชว์โครงข่ายพื้นฐานโทรคมล้ำสมัย ใหญ่สุดของประเทศรองรับ BIG DATA-IoT บมจ.ทีโอที ร่วมมหกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลยิ่งใหญ่ ภายใต้คอนเซปต์ “TOT : Lively Network โครงข่ายมีชีวิต โครงข่าย ทีโอที” ในงานสัมมนาและนิทรรศการนานาชาติ “ Digital Thailand Big Bang 2018”...
  • ความร่วมมือระหว่างสำนักงาน กสทช.และ ITU ผศ. ภักดี มะนะเวศ รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการกำกับดูแลภายในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ระหว่างสำนักงาน กสทช. และ ITU...
  • HPE is now qualified OEM for Intel FPGAs HPE ProLiant Server เตรียม Support “Intel® Arria® 10 GX FPGAs” สำหรับเหล่า programmer/developer ที่ต้องการHardware ที่แตกต่างจากปัจจุบันที่ใช้อยู่ โดยในเบื้องต้นจะสามารถใช้บน DL360/DL380 Gen10 ช่วงประมาณเดือนธันวาคมนี้...

บทบาทไอที กับการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ

บทบาทไอที กับการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ
March 28
14:20 2017

“ความสามารถในเชิงภาษา เป็นสิ่งจำเป็นต่อการพัฒนาพื้นฐานของการเรียนรู้และการพัฒนาความสามารถในการแข่งขันของประเทศ บทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศที่อยู่รอบตัวเราได้เอื้อต่อการพัฒนาความสามารถเชิงภาษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในบทนี้ขอยกตัวอย่างรูปแบบต่างๆ ของเทคโนโลยีที่เชื่อมโยงไปยังการเรียนรู้และพัฒนาด้านภาษาอังกฤษ”

1ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศหรือไอที มีความทันสมัยกว่าเมื่อก่อนเป็นอย่างมาก สื่อการเรียนรู้ก็มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบทั้งบนอินเทอร์เน็ตและสื่อมัลติมีเดียประเภทต่างๆ คนหรือเด็กในสมัยนี้จึงน่าจะเก่งกว่าคนรุ่นก่อนๆ มาก โดยเฉพาะเรื่องภาษาอังกฤษ แต่ข่าวที่ออกมากลับไม่เป็นเช่นนั้น กลายเป็นว่า คนในสมัยนี้อ่อนเรื่องภาษาอังกฤษมาก แทบจะรั้งท้ายในประเทศแถบอาเซียน

HPE1 662x190

บทความของตะวัน หวังเจริญวงศ์ ในเว็บไซต์ www.ditp.go.th ความว่า จากการจัดทำดัชนีความสามารถทางภาษาอังกฤษ ปี 2558 ของสถาบันภาษา เอดูเคชั่นเฟิร์ส (อีเอฟ) โดยประเมินจากประชากรอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 9.1 แสนคน ใน 70 ประเทศทั่วโลกที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ พบว่าไทยได้ 45.35 คะแนน คิดเป็นอันดับที่ 62 ของโลก ตกลงมาจากอันดับที่ 48 ในการสำรวจปี 2557 เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในกลุ่มอาเซียน พบว่าไทยอยู่อันดับ 5 จากประเทศที่ได้รับการสำรวจในอาเซียน 6 ประเทศ สูงกว่าประเทศเดียวคือ กัมพูชา

เมื่อครั้งตอนที่ผมเรียนหนังสือ สื่อการเรียนการสอนมีเพียงหนังสือ วิทยุโทรทัศน์ และเทปคลาสเซ็ท ซึ่งฟังกันจนเทปยาน และบางครั้งก็ได้ยินเพื่อนๆ พูดกันว่า เพื่อนคนนั้นท่องดิกชันนารีของสอ เสถบุตร จบเป็นเล่มๆ ส่วนหนึ่งก็มีความเชื่อว่า การท่องจำคำศัพท์ได้มาก จะทำให้เก่งภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะเรื่องการสนทนาภาษาอังกฤษ คราวนี้ลองหันมาบทบาทของไอทีกับการเรียนรู้ภาษาอังกฤษในสมัยนี้กันว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งมีมากมายหลายชนิด พอประมวลได้ดังนี้ คือ:

1. คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer Assisted Instruction: CAI)คือ สื่อการเรียนการสอนโดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ประเภทหนึ่ง ในการนำเสนอเนื้อหาเรื่องราวต่างๆ ได้แก่ ข้อความ เสียง ภาพนิ่ง กราฟิก แผนภูมิ วีดีทัศน์ ภาพเคลื่อนไหว เป็นลักษณะเป็นการเรียนโดยตรง และแบบมีปฏิสัมพันธ์ (Interactive) คือสามารถโต้ตอบระหว่างผู้เรียนกับคอมพิวเตอร์ได้ เป้าหมายก็คือ กระตุ้นและสร้างความน่าสนใจให้กับผู้เรียนไม่ให้เกิดความเบื่อหน่ายในการเรียนรู้ อาจจะอยู่ในรูปแบบของแผ่น ซีดี หรือ ดีวีดี

2.อีเลิร์นนิ่ง(Electronic Learning: e-Learning)คือ รูปแบบการสอนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น เครือข่ายอินเทอร์เน็ต อินทราเน็ต เอ็กทราเน็ต ตลอดจนสัญญาณโทรทัศน์และดาวเทียม ใน e-Learning อาจารย์ผู้สอน สามารถใส่เนื้อหาสื่อการสอนลงไป ไม่ว่าจะเป็นข้อความ รูปภาพ วิดีโอ แบบฝึกหัด รวมถึงการมีสภาฟอรั่ม (Forum) ให้สามารถโต้ตอบกันได้ และสะดวกในการเรียน เข้าถึงได้ง่าย ปรับปรุงใหม่ได้ง่าย ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง สามารถทบทวนได้หลายๆ รอบ ใช้ฝึกทักษะได้ดีทั้งการฟังและการอ่านภาษาอังกฤษ

3. อิเล็กทรอนิกส์บุ๊ค (Electronic Book:e-Book)คือ การนำเอาเนื้อหาที่มีอยู่ในหนังสือ นำมาใส่ไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ ที่สามารถเชื่อมโยงไปยังเครือข่ายอินเทอร์เน็ต อาจเพิ่มลูกเล่นใส่สื่อผสมหลายอย่างเข้าไปเพื่อให้เกิดความน่าสนใจ เช่น วิดีโอ ภาพเคลื่อนไหวสามารถเปิดอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา อีบุ๊คในปัจจุบันกำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เพราะสามารถใช้งานได้ง่ายสะดวก ไม่ต้องพกพา ใช้งานได้ทั้งบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต

4. เว็บบล็อกและออนไลน์คอร์ส (Weblog and Online Course) Weblog หรือ Blog เว็บบล็อกสามารถนำมาช่วยในเรื่องของการเรียนการสอนภาษาอังกฤษได้ ผู้สอนสามารถใส่เนื้อหาหรือ Contents การสอนลงไปได้ และสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียนได้

1ส่วนออนไลน์คอร์ส คือ การเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ผ่านคอร์ส ที่มีการเปิดรับสมัครให้ลงทะเบียนเรียนทางออนไลน์ มีหลายประเภท เช่น ภาษาอังกฤษทั่วไป, ภาษาอังกฤษเพื่อการท่องเที่ยว, ภาษาอังกฤษสำหรับธุรกิจ, ภาษาอังกฤษสำหรับการเตรียมสอบ TOEFL, TOEICมีทั้งแบบเรียนฟรี และเสียเงิน ลักษณะของออนไลน์คอร์ส คือ มีเนื้อหาที่เป็นทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ มีแบบทดสอบให้ฝึกหัดทำ มีวิดีโอประกอบการเรียน

5. เพลงคาราโอเกะ (Karaoke Song)เพลงคาราโอเกะ ช่วยในการเรียนภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างมาก และเก่งได้เร็ว เพราะในบทเพลงจะมีตัวหนังสือขึ้นให้ร้องไปด้วย เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มเรียนภาษาอังกฤษ และมีใจรักในเสียงเพลง เนื่องจากไม่ทำให้เกิดความเบื่อหน่าย จดจำเนื้อเพลงได้เร็วและสามารถร้องได้หลายรอบจนกว่าจะหมดแรง และปัจจุบัน มีแอพพลิเคชั่นเพลงคาราโอเกะนี้ขึ้นมา ที่เรียกว่า Smule Sing Karaoke ผู้ร้องสามารถร้องเพลงคู่กับนักร้องที่ตัวเองชื่นชอบ

6. ภาพยนตร์ซาวแทรค (Soundtrack Movies)คือ การฟังบทพูดหรือสนทนาในภาพยนตร์เป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่นๆ เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการช่วยฝึกฝนการเรียนภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี วิธีนี้ใช้ได้ดีมาก เพราะมีภาพ เสียง บรรยากาศต่างๆ ทำให้สามารถจดจำเนื้อเรื่องได้อย่างติดตาติดใจ และทำให้รักภาษาอังกฤษ เข้าใจภาษาอังกฤษได้ดีและเร็วขึ้น

7. โซเชียลเน็ตเวิร์ค (Social Network)โซเชียลเน็ตเวิร์ค หรือเว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์ คือ การสร้างชุมชนออนไลน์ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ใช้เป็นช่องทางสร้างความสัมพันธ์กับคนที่เป็นมืออาชีพในด้านต่างๆ อีกมากมาย เช่น Facebook, Twitter, YouTube, Line โดยเฉพาะการใช้ทวิตเตอร์นับว่าเป็นเคล็ดลับอย่างหนึ่ง ในการพัฒนาภาษาอังกฤษ เพราะในทวิตเตอร์จะเป็นการใช้ประโยคสั้นๆ เพียง 140 ตัวอักษร ในทวิตเตอร์ จะทำให้เราสามารถพัฒนาภาษาอังกฤษจากประโยคสั้นๆ ได้

ขอยกตัวอย่างสมคิด ลวางกูร นักเขียน และคนสู้ชีวิต เขาตั้งเป้าหมายและเรียนภาษาอังกฤษของเขาเอาไว้ว่าเขาจะต้องพูดภาษาอังกฤษให้ได้ เขาจะต้องไปเที่ยวต่างประเทศให้ได้ และเขาก็ทำได้สำเร็จ เขาบอกเคล็ดลับการเรียนภาษาอังกฤษเอาไว้ว่า “ถ้าเราจำรูปประโยคเพียงประโยคเดียวได้ เราจะสามารถพูดได้ 20 ประโยค ถ้าเราจำรูปประโยคได้ 100 ประโยคเราจะพูดได้มากกว่า 2,000 ประโยค ในหนังสือสนทนาภาษาอังกฤษเล่มหนึ่ง มีถึง 200-300 ประโยค เราจะสามารถพูดได้ถึง 4,000-6,000 ประโยค โดยนำรูปประโยคเดิมมาเปลี่ยนศัพท์ หัว… ท้าย”

ดังนั้น จะเห็นได้ว่า บทบาทของไอที กับการเรียนรู้ภาษาอังกฤษทำให้เราเห็นว่า แนวทางที่จะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือไอที มาเป็นเครื่องมือสำหรับการเรียนรู้ภาษาอังกฤษนั้น เป็นเรื่องที่ช่วยได้มาก และทำให้ประหยัดเวลาในการเรียนรู้ ฝึกทักษะได้อย่างรวดเร็ว เพราะเครื่องมือจะช่วยทุ่นแรงได้เป็นอย่างดี เพียงแต่ว่า ผู้ใช้จะมองเห็นประโยชน์ส่วนดีจากตรงนี้หรือไม่เท่านั้น หากได้นำไอทีมาใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่าจริงๆ น่าจะช่วยยกระดับความรู้ความสามารถในเรื่องภาษาอังกฤษของคนไทยได้ดีขึ้น

Tags

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

BannerWeb_CIOworld_2

Like Us On Facebook

Categories

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com