www.cioworldmagazine.com

 Breaking News
  • RISE เปิดตัวโปรแกรม AI Accelerator RISE เปิดตัวโปรแกรม AI Accelerator เป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โปรแกรมที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ในการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อพัฒนานวัตกรรมองค์กร...
  • HPE วางแผนสนับสนุนงานวิจัย AI และ Big Data ให้ฟีโบ้ บริษัท ฮิวเลตต์แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) ผนึกกำลัง ฟีโบ้ สร้างขุมกำลังปัญญาประดิษฐ์ของประเทศ ตอบสนองการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกพร้อมสนับสนุนเทคโนโลยีชั้นสูงในการประมวลผลข้อมูล ปลอดภัย และทรงประสิทธิภาพ...
  • สำรวจพฤติกรรม นักช้อปออนไลน์ในประเทศไทย “CIO World&Business ได้นำรายงานของ Picodi.com ที่ได้วิเคราะห์ข้อมูลจากรายงานของปี 2018 ในหลายๆ ประเด็นเกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อสินค้าออนไลน์ของคนไทย ทั้งการเลือกใช้อุปกรณ์ในการเชื่อต่อการซื้อสินค้าออนไลน์ อายุเฉลี่ยของผู้ซื้อสินค้า ช่วงเวลาของการใช้บริการรวมถึงหมวดหมู่สินค้าที่ได้รับความนิยม ข้อมูลทั้งหมดจะกลายเป็นตัวแปรสำคัญให้การซื้อขายในอุตตสาหกรรมนี้ปรับตัว”...
  • ลูกค้าดีแทค จ่ายทุกบริการของแอปเปิ้ลผ่านบิลของดีแทคได้แล้ว ลูกค้าดีแทค สามารถชำระเงินสำหรับทุกบริการของ App Store, Apple Music และ iTunes ผ่านบิลของดีแทคได้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน 2562 เป็นต้นไป...
  • แพลตฟอร์ม HR ในยุค Digital Transformation องค์กรสมัยใหม่จำเป็นต้องมองหาแพลตฟอร์ม HR ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความแตกต่างการขับเคลื่อนงานด้านทรัพยากรบุคคลในโลกดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ 60% กำลังวางแผนลงทุนเทคโนโลยีใหม่ใน 12-24 เดือน...

ธุรกิจ 4.0 ในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก (ตอนจบ)

ธุรกิจ 4.0 ในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก (ตอนจบ)
October 12
19:01 2018

“ผู้เขียนได้ประมวลเอาเทคโนโลยีต่างๆ ที่เกิดขึ้นในยุค 4.0และเป็นยุคที่เทคโนโลยีข้อมูลมีการเติบโตแบบก้าวกระโดด องค์กรธุรกิจจึงต้องไม่ลืมอัพเดทการจัดการโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีการประมวลผลข้อมูลให้พอเหมาะกับการเติบโตของธุรกิจอยู่เสมอ”

ตอนที่ 2 ของ ธุรกิจ 4.0 ในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก ซึ่งเป็นตอนจบที่จะมาเฉลยบทสรุปของธุรกิจบนเส้นทางเทคโนโลยีดิจิทัล ผู้เขียนขออ้างข้อมูลจาก บริษัทที่ปรึกษาอย่างแมคคินซี่ แอนด์ คอมพานี มองว่า เทคโนโลยีเอไอ จะช่วยสร้างมูลค่าทางธุรกิจในมิติต่างๆ ได้แก่ การสนับสนุนให้เกิดการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ตลอดจนการพยากรณ์แนวโน้มต่างๆ ที่จะเกิดในอนาคตได้แม่นยำมากกว่าเดิม ช่วยในเสริมสร้างและปรับปรุงกระบวนการผลิตได้อย่างเหมาะสม ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพการขายและการตลาดได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งนำไปสู่การสร้างประสบการณ์ที่ดีของลูกค้าต่อสินค้าและบริการขององค์กร

Banner_CIO_big one_version2

1ตัวอย่างของกูเกิล ซึ่งใช้เอไอในการควบคุมระบบการใช้ไฟฟ้าในศูนย์ข้อมูล การเปิด อเมซอน โก ร้านสะดวกซื้อแห่งแรกแบบไร้พนักงานและแคชเชียร์ แต่ใช้แมชชีนเลิร์นนิ่ง ซึ่งเป็นภาคหนึ่งของเอไอในการดำเนินการ การพัฒนาเอไอในรูปของหุ่นยนต์ทางการแพทย์เพื่อช่วยการผ่าตัดผู้ป่วย หรือใช้ทำงานแทนมนุษย์ในขั้นตอนอุตสาหกรรมการผลิตที่มีความเสี่ยงสูง ทั้งนี้ องค์กรธุรกิจที่สามารถนำเอไอไปประยุกต์ใช้ หรือสร้างนวัตกรรมทางธุรกิจใหม่ๆ ที่ยากต่อการลอกเลียนแบบ ย่อมเป็นการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันได้อย่างแน่นอน

ส่วนความสามารถในการสร้างโลกแห่งความจริงไว้ในโลกดิจิทัลในรูปแบบความจริงเสมือน ที่เรียกว่า เออาร์ (Augmented Reality) หรือ วีอาร์ (Virtual Reality)จะถูกใช้ประโยชน์ไปกับการลดต้นทุนทางธุรกิจยุค 4.0 มากขึ้น หากมองในเชิงการขายและการตลาด ลองนึกภาพการสร้างรูปจำลองของสินค้าในโลกดิจิทัลที่ลูกค้าสามารถเพิ่มเติมรูปแบบ หรือตกแต่งสีสันของสินค้าได้เสมือนจริง และตรงกับรสนิยมของตนเองผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งทั้งสนุกและดึงดูดใจ และยังส่งผลทางจิตวิทยาในการกระตุ้นให้การตัดสินใจซื้อได้ง่ายดาย และรวดเร็วมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ยังช่วยองค์กรในการปรับลดจำนวนการผลิตสินค้าตัวอย่าง ลดทั้งการใช้พื้นที่ในการจัดแสดงสินค้า หรือ หากจะมองในมุมของอุตสาหกรรมการผลิต การพัฒนาตัวสินค้าผ่านเทคโนโลยีความจริงเสมือนอย่างเออาร์ หรือ วีอาร์ จะช่วยป้องกันข้อผิดพลาดในขั้นตอนของการออกแบบตัวสินค้า ตลอดจนการกำหนดวัสดุการผลิตที่ถูกต้องครบถ้วนก่อนเริ่มต้นกระบวนการผลิตจริง เป็นต้น

เมื่อยุค 4.0 เป็นยุคที่เทคโนโลยีและข้อมูลมีการเติบโตแบบก้าวกระโดด องค์กรธุรกิจจึงต้องไม่ลืมอัพเดทการจัดการโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีการประมวลผลข้อมูลให้พอเหมาะกับการเติบโตของธุรกิจอยู่เสมอ ซึ่งเทคโนโลยีที่มีความยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนง่ายและรวดเร็วตามต้องการ และอยู่กับองค์กรธุรกิจมาสักระยะหนึ่งแล้ว ได้แก่ คลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud Computing)เทคโนโลยีนี้ช่วยเปิดช่องให้องค์กรธุรกิจได้เข้าถึงสมรรถนะการทำงานของคอมพิวเตอร์และแอพพลิเคชั่นต่างๆ ผ่านทางระบบออนไลน์ และทำให้องค์กรเหล่านั้นสามารถจัดระเบียบและแบ่งปันทรัพยากรไอทีให้ตรงกับความต้องการ ทั้งการใช้งานพื้นฐาน หรือ การใช้งานเฉพาะด้านได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับงบประมาณ โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนมากมายด้วยตัวเอง และโดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องศึกษาความรู้ในเชิงเทคนิคมากมายนัก

ซึ่งองค์กรธุรกิจที่มีความพร้อมด้านงบประมาณและบุคลากร สามารถเลือกลงทุนสร้างระบบบริการคลาวด์ไว้ใช้ส่วนตัว ส่วนองค์กรขนาดย่อม ทุนน้อย ก็สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพใกล้เคียงองค์กรขนาดใหญ่ โดยเลือกใช้บริการคลาวด์สาธารณะ เพื่อการเริ่มต้นหรือขยายโอกาสทางธุรกิจได้ทันที หรือจะเลือกวิธีแบบผสมผสานการใช้งานคลาวด์ทั้งสองแบบ ที่เรียกว่า ไฮบริด ก็ย่อมได้

33ขณะเดียวกัน Internet of Things (IoT)ถือเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ธุรกิจ 4.0 ไม่มีไม่ได้แล้วในฐานะเครื่องมือสำคัญในการเชื่อมโยงองค์กรของเราเข้ากับผู้คน ลูกค้า สังคม และสิ่งต่างๆ ด้วยข้อมูลซึ่งIoTได้เปลี่ยนกระบวนทัศน์ของการพัฒนาระบบเน็ตเวิร์คที่ต่อยอดจากการ การเชื่อมต่อการทำงานระหว่างอุปกรณ์พื้นฐานในระบบไอทีไปสู่การสร้าง เครือข่ายสื่อสารระยะไกลด้วยพลังของอินเทอร์เน็ตที่พร้อมรับมือกับข้อมูลที่ล้นหลาม สามารถยึดโยงและส่งผ่านซึ่งข้อมูลและธุรกรรมต่างๆ แบบออนไลน์ไร้สายไปถึงลูกค้าเป้าหมาย

ปัจจุบัน ระบบไอทีที่ใช้งานอยู่เดิม หรือเทคโนโลยีเกิดใหม่อย่างเอไอ เออาร์ หรือ คลาวด์ ล้วนถูกพัฒนา หรือต้องปรับเปลี่ยนไปสู่การทำงานบนฐานของไอโอที เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลหรือบริการที่ต้องการได้ทันที ในทางกลับกัน องค์กรก็สามารถเก็บเกี่ยวข้อมูลและพฤติกรรมการใช้งานผ่านช่องทางไอโอเพื่อนำไปพัฒนารูปแบบสินค้าและบริการที่แตกต่างแต่ตรงใจลูกค้า หรือกระทั่งการใช้เพื่อไอโอทีส่งเสริมการทำงานภายในองค์กร ดังเช่น การใช้ประโยชน์ในเรื่องของอุปกรณ์จับสัญญาณหรือเซ็นเซอร์ เพื่อสร้างระบบตรวจสอบอัจฉริยะเพื่อเติมเต็มประสิทธิภาพการผลิตที่มีผลต่อการลดต้นทุนการดำเนินงานขององค์กร เป็นต้น

สำหรับเทคโนโลยีอนาคตที่ชวนให้จับตามองส่งท้าย คือ คอมพิวเตอร์ควอนตัม (Quantum Computing) อันสืบเนื่องมาจากการที่เราเกิดจินตภาพว่า โลกในยุค 4.0 และต่อจากนี้ไป จะเต็มไปด้วยกลุ่มข้อมูลจำนวนมหาศาลในระดับบิ๊กดาต้า หรือ เมตาดาต้า เมื่อเป็นเช่นนั้น ประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์ที่จะนำมาใช้ประมวลผลข้อมูล ณ ปัจจุบัน คงไม่พอ จึงเกิดการพัฒนาเทคโนโลยีการประมวลผลโดยอาศัยคุณลักษณะการทำงานในระดับอะตอมมาใช้ เพื่อให้เกิดการทำงานพร้อมกันหลายๆ งานในเวลาเดียวกัน

รวมถึงสามารถสื่อสารส่งต่อข้อมูลได้ไกลและรวดเร็ว ผลลัพธ์ก็คือ ประสิทธิภาพการทำงานที่รวดเร็วกว่าคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่ในปัจจุบันเป็นร้อยล้านพันล้านเท่า และน่าจะพอเหมาะต่อการรับมือกับข้อมูลที่มีปริมาณมาก และมีความหนาแน่นของข้อมูลที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งถึงแม้วันนี้ ต้นแบบคอมพิวเตอร์ควอนตัมยังคงอยู่ในขั้นตอนการวิจัยและพัฒนาในห้องแล็ป แต่เชื่อว่า เราจะได้เห็นคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพเร็วเกินจินตนาการในอีกไม่นาน

เมื่อการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยี ส่งผลกระทบ (Disruptive) ต่อผู้คนและองค์กร ทั้งรูปแบบวิธีคิด ไลฟ์สไตล์ในการดำเนินชีวิต และกระบวนการดำเนินธุรกิจ องค์กรในยุค 4.0 จึงไม่ควรมองข้ามจุดเปลี่ยนสำคัญทางเทคโนโลยี รวมถึงมองเป้าหมายของการลงทุนพัฒนา และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเหล่านั้นให้ไกลและรอบด้าน ทั้งเพื่อการเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจ ณ ปัจจุบันและเตรียมการให้พร้อมสำหรับธุรกิจเกิดใหม่ในอนาคต

เพราะองค์กรที่ไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้รวดเร็วและเท่าทันต่อกระแสการเปลี่ยนแปลง ย่อมสูญเสียตำแหน่งผู้นำในการแข่งขัน หรือพ่ายแพ้ต่อคู่แข่งที่สามารถปรับตัวเข้าหาเทคโนโลยีใหม่ๆ และสร้างสรรค์นวัตกรรมทางธุรกิจได้ถ้วนทั่วทั้งสินค้า บริการ และกลยุทธ์การตลาดที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือนไปตลอดกาล

Banner (660x80 Pixel)

Tags

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

BannerWeb_CIOworld_3
Banner (320x250 Pixel) EDIT
CEBIT_webbanner_320x250pxl_TH

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget
communication

Categories

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com