www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

ตลท. มั่นใจการบริหารข้อมูลดีกว่าเดิม หลังลงระบบซอฟต์แวร์การจัดการ DC

ตลท. มั่นใจการบริหารข้อมูลดีกว่าเดิม  หลังลงระบบซอฟต์แวร์การจัดการ DC
November 05
16:04 2015

ตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย เดินหน้าเชิงรุก มั่นใจบริหารจัดการศูนย์ข้อมูลดาต้าเซ็นเตอร์ หลังนำซอฟต์แวร์ด้านการจัดการดาต้าเซ็นเตอร์ “StruxureWare for Data Center” จาก ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เสริมเสถียรภาพระบบไอที มั่นใจช่วยให้นักธุรกิจ และนักลงทุนทำธุรกรรมได้อย่างรื่นไหล ไม่สะดุด

ความเป็นมา

HPE1 662x190

3ก่อนที่จะมีการจัดตั้งตลาดหลักทรัพย์ขึ้นมานั้น ประเทศไทยได้มีการจัดตั้ง ”บริษัทลงทุน”ในปี พ.ศ. 2503 โดยกลุ่มเอกชนส่วนใหญ่ซึ่งเป็นชาวต่างประเทศได้จัดตั้งสถาบันการเงินประเภทบริษัทจัดการลงทุน (Investment Management Company) ขึ้นดำเนินการในลักษณะกองทุนรวม (Mutual Fund) โดยให้ใช้ชื่อว่า กองทุนรวมไทย (Thai Investment Fund) หรือ TIF จนในปี พ.ศ. 2517 กระทรวงการคลังได้พิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการจัดตั้งตลาดหุ้น และได้มีการประกาศใช้ประราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2517 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดให้มีแหล่งกลางสำหรับการซื้อขายหลักทรัพย์ เพื่อส่งเสริมการออมทรัพย์และการระดมทุนในประเทศ ตามมาด้วยการแก้ไขบทบัญญัติเกี่ยวกับรายได้เพื่อให้สามารถนำเงินออมมาลงทุนในตลาดทุนได้ และได้เปิดทำการซื้อขายครั้งแรกเมื่อวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2518 และได้ทำการเปลี่ยนชื่อภาษาอังกฤษเป็นจากเดิม “Securities Exchange of Thailand” มาเป็น “Stock Exchange of Thailand” (SET) เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2534 จนถึงปัจจุบัน

 
ลงทุนไอทีให้สอดรับกับการเติบโตตลาด

การลงทุนทางด้านเทคโนโลยีต่างจึงเป็นสิ่งที่ทางตลาดหลักทรัพย์ให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่เพียงช่วยให้ตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทยามารถเก็บข้อมูลที่สำคัญๆของหน่วยงานเอง หรือข้อมูลของนักลงทุนได้อย่างรวดเร็ว แต่ยังช่วยให้สถาบันตัวกลาง(โบรกเกอร์) เชื่อมโยงข้อมูลเข้ามายังตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทยได้สะดวกรวดเร็วมากขึ้นอีกด้วย โดยเฉพาะเมื่อวันนี้การลงทุนของนักลงทุนไม่ได้ถูกขับเคลื่อนอยู่ที่แค่การเข้าผ่านคอมพิวเตอร์พีซี หรือผ่านโบรกเดอร์อีกต่อไปแล้ว ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เองก็ได้มีการปรับตัวและอัพเดตไปตามกระแสของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทั้งระบบ Online Trading และ Mobile Trading จนล่าสุดเริ่มมีการพัฒนาซอฟต์แวร์ไปถึงระดับของ Wearable Device แล้ว ทำให้ระบบ IT กลายเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไปโดยปริยา ดังนั้น หนึ่งกลไกสำคัญที่ช่วยสนับสนุนพันธกิจหลักดังกล่าว คือระบบไอทีที่ได้มาตรฐานในเรื่องของการบริหารจัดการ และต้องเป็นระบบที่ให้ความต่อเนื่องสูงในการดำเนินงานส่วนต่างๆ
เพิ่มประสิทธิภาพศูนย์ข้อมูลด้วยโซลูชั่นที่มีประสิทธิภาพ

โดยเฉพาะในปัจจุบัน ตลาดหลักทรัพย์ ได้มีการเปิดให้บริการ โคโลเคชัน (Co-location) คือการเปิดให้สถาบันตัวกลางหรือโบรกเกอร์ สามารถเช่าพื้นที่ดาต้าเซ็นเตอร์ในการติดตั้งเซิร์ฟเวอร์ เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายในการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ของตัวเอง อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของเวลาในการทำธุรกรรมซื้อขาย ดังนั้น ดาต้าเซ็นเตอร์ซึ่งเป็นระบบโครงสร้างพื้นฐานไอทีที่สำคัญจึงต้องทำงานได้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เนื่องจากเป็นระบบที่รองรับโหลดในการทำธุรกรรมทั้งหมด และถือเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจของตลาดหลักทรัพย์ โดยต้องรองรับการเคลื่อนไหวของข้อมูลจำนวนมหาศาลเป็นประจำทุกวัน และต้องไม่เกิดช่วงดาวน์ไทม์ เพราะการหยุดนิ่งเพียงเสี้ยววินาที หมายถึงการสูญเสียทางธุรกิจจำนวนมหาศาล

ถิรพันธุ์  สรรพกิจ ผู้ช่วยผู้จัดการ กลุ่มงานปฏิบัติการเทคโนโลยีสารสนเทศ ตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ด้วย1ธรรมชาติของธุรกิจในแต่ละวัน ทุกชั่วโมง ทุกนาที และทุกวินาที จะมีการเข้า-ออกของข้อมูลจำนวนมหาศาล จึงทำให้การจัดการระบบในดาต้าเซ็นเตอร์ไม่ใช่เรื่องง่าย ฝ่ายไอทีมีหน้าที่หลักที่สำคัญ คือ การดูแลดาต้าเซ็นเตอร์ไม่ให้เกิดดาวน์ไทม์ หรือระบบล่ม ซึ่งอาจเกิดจากสาเหตุในหลายปัจจัยด้วยกัน ความร้อนสูงก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่อาจทำให้เซิร์ฟเวอร์ล่มในขณะที่กำลังทำงานด้านเวิร์คโหลด รวมถึงระบบต้องมีการจ่ายไฟที่เพียงพอต่อการทำงานในช่วงพีคหรือช่วงที่มีเวิร์คโหลดสูงสุดระหว่างวัน นอกจากนี้ ในระบบงานขนาดใหญ่ยังมีการใช้ซอฟต์แวร์ที่หลากหลายในการจัดการงานส่วนต่างๆ ทำให้เกิดความยุ่งยากในการบริหารจัดการ

ทางตลาดหลักทรัพย์ จึงเล็งเห็นความจำเป็นในการนำเทคโนโลยีล้ำหน้าด้านระบบบริหารจัดการจัดการดาต้าเซ็นเตอร์มาช่วย อีกทั้งยังต้องเป็นระบบที่จะสามารถเข้ามาช่วยในด้านของการบริหารจัดการในเรื่องของพลังงานได้อีกด้วย เพราะสิ่งที่ตามมาจาการลงทุนทางด้านเทคโนโลยีคือการใช้พลังงานที่เพิ่มมากขึ้นด้วยนั้นเอง ในอดีตเราใช้คนในการเข้ามาดูแลในด้านตรงนี้แต่ก็ยังไม่อยู่ในระดับที่เราพอใจ เพราะเราต้องการระบบที่จะสามารถแจ้งเราทันทีเมื่อเกิดปัญหา
แก้ปัญหาการจัดข้อมูลตรงจุด เท่าเพิ่มความคุ้มค่า

จากการที่ได้ศึกษาเทคโนโลยีที่ผู้ให้บริการในด้านการบริหารจัดการ ดาต้าเซ็นเตอร์มีอยู่ในตลาด เราพบว่า โซลูชั่นบริหารจัดการดาต้าเซ็นเตอร์ ของชไนเดอร์ อิเล็คทริค หรือ Struxureware for Data Center คือส่วนที่จะสามารถตอบสนองต่อความต้องการของเราได้ ด้วยกัน 3 ด้าน คือ คือ เป็นผู้ความเชี่ยวชาญเรื่องดาต้าเซ็นเตอร์ โดยเราเห็นว่า ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เป็นบริษัทที่มีประสบการณ์เรื่องของดาต้าเซ็นเตอร์มาเป็นเวลานาน สามารถนำเสนอบริการได้ครบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการด้านคำปรึกษา การออกแบบ และการวางระบบได้อย่างน่าเชื่อถือ และที่สำคัญ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ถือเป็นผู้บริการที่เข้าใจปัญหา และความต้องการของเรา เนื่องจากเป็นผู้ให้บริการที่มีทั้งโซลูชั่นด้านฮาร์ดแวร์หรืออุปกรณ์ดาต้าเซ็นเตอร์และซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการบริหารจัดการอุปกรณ์ดังกล่าว

เรื่องที่ 2 คือ ประสิทธิภาพและความสามารถของซอฟต์แวร์ โดย StruxureWare ถือเป็นซอฟต์แวร์บริหารจัดการดาต้าเซ็นเตอร์ ที่ช่วยตอบโจทย์ในการจัดการงานสำคัญในดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งหมด StruxureWare เป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้เราเห็นภาพรวมของการทำงานทั้งระบบ อีกทั้งยังมีระบบที่ชาญฉลาด ช่วยในเรื่องของประเมิน วิเคราะห์ ถึงแนวโน้มของปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ตอบโจทย์เรื่องการทำ Capacity Planning ซึ่งช่วยให้เราสามารถวางแผนเตรียมรับมือล่วงหน้าได้ทันท่วงที ก่อนที่อุปกรณ์ต่างๆ จะเกิดความเสียหาย และยังช่วยให้เราสามารถวางแผนต่อเนื่องได้ในระยะยาวอีกด้วย” และเรื่องสุดท้าย คือ เป็นเทคโนโลยีกรีนไอทีของดาต้าเซ็นเตอร์ เนื่องจากตลาดหลักทรัพย์ มีนโยบายมุ่งเน้นด้านกรีนไอที ขณะที่ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เองก็มีเทคโนโลยีด้านกรีนไอทีสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์อยู่แล้ว ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมนโยบายของเราให้เป็นจริง โดย StruxureWare for Data Center เป็นเครื่องมือที่ทำให้สามารถบริหารจัดการอุณหภูมิภายในดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อปรับสภาพแวดล้อมทางอุณหภูมิที่ไม่ร้อนหรือไม่เย็นจนเกินความจำเป็น ซึ่งถือเป็นการประหยัดการใช้พลังงานที่สูญเปล่า นอกจากนี้ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ยังมีฮาร์ดแวร์ที่มีความเป็นกรีนเทคโนโลยี โดยได้รับเครื่องหมายมาตรฐานสากลระดับโลกในอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ต่างๆ อีกด้วย

ซึ่งหลังจากที่เราได้ใช้โซลูชั่นดังกล่าว ทำให้ฝ่ายไอทีที่มีหน้าที่ดูแลส่วนงานดังกล่าวสามารถทำงานได้สะดวกรวดเร็วมากขึ้น เนื่องจากตัวโซลูชั่นนั้นสามารถแจ้งเตือนไปยังผู้ที่มีหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ในทันที อีกทั้งยังช่วยให้ โบรกเกอร์ ต่างๆที่มาใช้ ศูนย์ ดาต้าเซ็นเตอร์เรา สามารถบริหารจัดการได้คุ้มค่ามากขึ้นทำให้สามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องในการเช่าใช้ เพราะสามารถทราบข้อมูลการทำงานของดาต้าเซ็นเตอร์ได้แบบเรียลไทม์อย่างครอบคลุม สามารถติดตามการเพิ่ม เคลื่อนย้าย หรือการเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ได้ อีกทั้งยังสามารถเข้าถึงข้อมูลผ่านระบบโมบายได้ นอกจากนี้ยังสามารถ ควบคุ้มค่าใช้จ่ายต่างๆ ภายใน Data Center Infrastructure ของเราได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลดพลังงานที่ใช้ภายใน Data Center ลง และการจัดการความร้อนที่ทำได้ดีขึ้น และประหยัดค่าใช้จ่ายลงได้ จากเดิมที่ต้องมีการออกแบบเรื่องอุณภูมิให้เผื่อไว้ล่วงหน้า ก็สามารถลดค่าการเผื่อเหล่านั้นลงไปได้

สำหรับระบบ Data Center ภายในองค์กรต่างๆ ทางชไนเดอร์ อิเล็คทริคก็ได้นำเสนอเทคโนโลยีที่จะช่วยให้การสร้าง Data Center กลายเป็นเรื่องง่ายและประหยัดขึ้น โดยสามารถเริ่มต้นจาก Data Center ขนาด 1 ตู้แร็คที่พร้อมขยายเพิ่มเติมในอนาคตได้ ก็ทำให้การลงทุนคุ้มค่ายิ่งขึ้นไปด้วย

Tags

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

BannerWeb_CIOworld_1

Like Us On Facebook

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com

Categories