www.cioworldmagazine.com

 Breaking News
  • ค้าปลีกทั่วโลก ขาดความสามารถทางเทคโนโลยี ผลวิจัยพบ 85% ของห้างค้าปลีกขาดความสามารถ เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญ ในการใช้ข้อมูลเชิงลึกของลูกค้าเพื่อสร้างรายได้และผลักดันให้เกิดประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้า...
  • กมธ.ดีอี เชิญร่วมงานสัมมนา Cyber Security and Data Privacy 2020 ขอเชิญร่วมเงานสัมมนา Cyber Security and Data Privacy 2020 ธุรกรรมปลอดภัย ประชาชนมั่นใจข้อมูลไม่รั่ว สร้างองค์ความรู้ เข้าใจหลักปฏิบัติ การปกป้องและรักษาสิทธิ์ข้อมูลส่วนบุคคล ภาคประชาชน สร้างความปลอดภัยธุรกรรมดิจิทัล ห้ามพลาด 2 ธค. ศกนี้ ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย...
  • กทปส. สานต่อโครงการมอบทุน ม.มหิดล ปั้น “ชูใจ” หุ่นยนต์ต้นแบบ กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือ กทปส. เดินหน้าสนับสนุนการพัฒนามอบทุนต่อเนื่องให้แก่มหาวิทยาลัยมหิดล ในโครงการพัฒนา “ชูใจ” หุ่นยนต์ดูแลสุขภาพใจผู้สูงอายุสำหรับศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ สอดรับนโยบายขับเคลื่อนประเทศ ไทยแลนด์ 4.0. และการก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุของประเทศไทย...
  • แนะนำกลยุทธ์ Data Fabric ลดความซับซ้อนและปรับปรุงดาต้าเซ็นเตอร์ “เน็ตแอพแนะนำประสบการณ์คลาวด์รูปแบบใหม่ที่เรียบง่ายสำหรับองค์กร ทั้งแบบ on premises และ off premises ด้วยโมเดลการใช้งานที่ง่ายสุดๆ”...
  • AIS Fibre ประกาศผลงานไตรมาส 3 AIS Fibre เปิดผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 62 เติบโตแข็งแกร่งเหนือตลาด ขึ้นแท่น ผู้นำธุรกิจเน็ตบ้านที่เติบโตมากที่สุดในอุตสาหกรรม ลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น 54%, รายได้โตขึ้น 32% มั่นใจผลงานทั้งปี เติบโตได้ตามเป้า...

การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ วิทยาการข้อมูล และการเรียนรู้ของเครื่อง

การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ วิทยาการข้อมูล และการเรียนรู้ของเครื่อง
October 28
12:14 2019

“ม.ศรีปทุม ร่วมกับสมาคมปัญญาประดิษฐ์ไทยจัดอบรมเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ ถ่ายทอดองค์ความรู้และสร้างความตระหนัก ในภาคการศึกษา เตรียมคนให้พร้อมสังคมยุคใหม่และการอยู่ร่วมกับหุ่นยนต์”

ในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ร่วมกับสมาคมปัญญาประดิษฐ์ไทย ได้ร่วมกันจัด โครงการฝึกอบรมด้านปัญญาประดิษฐ์, วิทยาการข้อมูล, และการเรียนรู้ของเครื่อง (Application of Artificial Intelligence, Data Science and Machine Learning)ซึ่งได้รับเกียรติ์จากวิทยากรพิเศษ คือ ศ.ดร.ธนารักษ์ ธีระมั่นคง นายกสมาคมปัญญาประดิษฐ์ไทย และทีม AIAT กับ SIITเป็นวิทยากรผู้ให้ความรู้เข้มรวมระยะเวลา 5 วันเต็ม สรุปความดังต่อไปนี้

ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) หรือ เอไอ ในเว็บสารานุกรมเสรีวิกิพีเดียให้ความหมายเอาไว้ว่า หมายถึงความฉลาดเทียมที่สร้างขึ้นให้กับสิ่งที่ไม่มีชีวิต ปัญญาประดิษฐ์เป็นสาขาหนึ่งในด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ และวิศวกรรมเป็นหลัก แต่ยังรวมถึงศาสตร์ในด้านอื่นๆ อย่างจิตวิทยา ปรัชญา หรือชีววิทยา ซึ่งสาขาปัญญาประดิษฐ์เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการการคิด การกระทำ การให้เหตุผล การปรับตัว หรือการอนุมาน และการทำงานของสมอง

ผศ.สุพลในระยะหลังได้มีการปรับปรุงศาสตร์อื่นๆ รวมเข้าไว้ด้วย คือ (1) การเรียนรู้ของเครื่อง นั้นมีเทคนิคการเรียนรู้ที่เรียกว่า การเรียนรู้ต้นไม้ตัดสินใจ ซึ่งประยุกต์เอาเทคนิคการอุปนัยของ จอห์น สจวร์ตมิลล์ นักปรัชญาชื่อดังของอังกฤษ มาใช้ และ (2)เครือข่ายประสาทเทียม ได้แก่การนำเอาแนวคิดของการทำงานของสมองของมนุษย์ มาใช้ในการแก้ปัญหาการแบ่งประเภทของข้อมูล และแก้ปัญหาอื่นๆ ทางสถิติ เช่น การวิเคราะห์ความถดถอย หรือการปรับเส้นโค้ง

เอไอนี้ บางครั้งเรียกว่า เครื่องจักรที่ชาญฉลาด (Machine Intelligence) หรือความฉลาดที่ถูกแสดงออกมาทางเครื่องจักรกล ตรงกันข้ามกับความฉลาดของมนุษย์และสัตว์ที่แสดงออกมาโดยธรรมชาติ โดยความหมายก็คือ การเลียนแบบพฤติกรรมทางปัญญาของมนุษย์ เช่น การเรียนรู้ และการแก้ปัญหา เมื่อเครื่องจักรเริ่มมีความสามารถเพิ่มมากขึ้น สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในชีวิตประจำวันก็จะดีขึ้นตามไปด้วย

ตัวอย่างเช่น การรู้จำอักขระด้วยแสงจะไม่ถูกมองว่าเป็นตัวอย่างของปัญญาประดิษฐ์ อีกต่อไป เพียงแต่มันได้กลายเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในประจำวันเท่านั้นเอง ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ของปัญญาประดิษฐ์ เช่น การเข้าใจคำพูดของมนุษย์, การแข่งขันเกมที่ใช้กลยุทธ์ระดับสูง เช่น หมากรุก/โกะ, รถยนต์ที่ไม่มีคนขับขี่, ความสำเร็จในการเดินทางอัจฉริยะที่มีการส่งสิ่งของไปถึงเป้าหมายตามจุดที่ได้กำหนดเอาไว้, การชี้เป้าการจำลองสถานการณ์ทางทหาร, และการตีความข้อมูลที่ซับซ้อน เป็นต้น

ส่วนเทคโนโลยีที่สำคัญเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ คือ (1)การประมวลผลภาพอัจฉริยะ (Intelligent Image Processing) (2)การประมวลผลภาษาธรรมชาติ (Natural Language) (3)การประมวลผลสัญญาณอัจฉริยะ (Intelligent Signal) (4) การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) (5)การควบคุมอย่างชาญฉลาด (Intelligent) และ (6)ส่วนเชื่อมโยงมนุษย์กับคอมพิวเตอร์ (Human Computer Interaction)

สำหรับแนวทางของปัญญาประดิษฐ์ ได้แก่ การใช้ความรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อเข้าไปแก้ปัญหา (knowledge-Based Approach), กลุ่มนักวิจัยและนักพัฒนาที่เน้นวิธีการใช้ความรู้ที่เป็นรูปธรรม (Explicit Knowledge) นั้น จะพยายามสร้างคลังข้อมูล คลังความรู้ คลังวิธีการ หรืออัลกอริธึม และคลังเครื่องมือ เพื่อแก้ปัญหา หรือโจทย์ต่างๆ ด้วยความรู้ที่ใส่เข้าไปจนกลายเป็นการใส่ความชาญฉลาดให้กับคอมพิวเตอร์ได้ เหล่านี้ จัดอยู่ในหมวดของความรู้

ส่วนการพัฒนาที่ต่อเนื่องในโครงข่ายงานประสาทเทียม (Connectionist Approach) ในขณะที่กลุ่มนักวิจัยและนักพัฒนาที่เน้นการโครงข่ายงานประสาทเทียมนั้น จะพยายามหาโครงสร้างของโครงข่ายงานประสาทเทียมที่มีลักษณะเป็นกราฟที่มีจุดยอด (Node) และเส้นเชื่อม (Edge) ที่เหมาะสมและอัลกอริธึมที่จะทำให้การหาน้ำหนักที่เหมาะสม โดยเน้นความรู้ที่เก็บอยู่ในรูปแบบนามธรรม (Tacit Knowledge) กลุ่มนี้จัดอยู่ในหมวดของความชำนาญ

ในแนวทางลำดับต่อมาคือในอดีตนักวิจัยทั้งสองกลุ่มได้แสดงความเห็นที่แตกต่างกันและได้วิจารณ์วิธีการของอีกฝ่ายในหลายๆ มิติ โดยเฉพาะนักวิจัยกลุ่มแรก มักจะพูดเสมอว่า สิ่งที่นักวิจัยกลุ่มที่ใช้โครงข่ายงานประสาทเทียมนั้น ไม่สามารถอธิบายผลลัพธ์ที่เป็นโครงข่ายหลังการเรียนรู้ได้ เพราะมันเป็นลักษณะของกราฟที่มีน้ำหนักอยู่ที่จุดยอดและเส้นเชื่อม ในช่วงเดือนพฤษภาคม ปี ค.ศ.1997 โปรแกรมดีปบลู (Deep Blue) ใช้หลักการค้นหาลึก (Deep Search) และฟังก์ชั่นที่ซับซ้อน บนเครื่องคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง สามารถชนะเซียนหมากรุก แกรี คาสปารอฟ (Garry Kasparov) ได้

หลังจากนั้นมีการพัฒนาระบบที่ใช้โครงข่ายงานประสาทเทียมเข้าช่วยจนกลายมาเป็นโปรแกรม อัลฟาโกะ (AlphaGo ) ที่สามารถเล่นเกมหมากล้อมหรือเกมโกะชนะเซียนระดับ 9 ดั้ง อี เซ-ดล (Lee Sedol) ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2016 โครงข่ายงานประสาทเทียมที่ใช้เป็นโครงข่ายที่สร้างด้วยการเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning) เนื่องจากคอมพิวเตอร์มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และมีการใช้จีพียู (GPU)ที่ใช้ในการ์ดจอคอมพิวเตอร์ มาใช้ในการคำนวณเมตริกที่มีขนาดใหญ่ ทำให้สามารถสร้างความรู้ที่มีอยู่ในรูปแบบของน้ำหนักบนเส้นเชื่อมบนเครือข่ายที่เหมาะสมได้

ปัจจุบัน การเรียนรู้เชิงลึกถูกใช้งานต่างๆ ได้อย่างประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการประมวลผลภาพเพื่อระบุวัตถุมีอยู่ในภาพ การประมวลผลสัญญาณเพื่อจำแนกเหตุการณ์ที่สำคัญ การรู้จำเสียงพูด การรู้จำตัวอักษรเขียน การรู้จำป้ายจราจร การบังคับรถอัตโนมัติ เป็นต้น

ส่วนเป้าหมายของปัญญาประดิษฐ์ คือ การใช้เหตุผล,การแก้ปัญหา, การนำเสนอความรู้, การวางแผน, การเรียนรู้ (Machine Learning ML), การประมวลผลภาษาธรรมชาติและความเข้าใจ, การรับรู้, การเคลื่อนไหวและการจัดการ, ความฉลาดทางสังคมและความฉลาดเฉลียวในการทำงานร่วมกัน, ความคิดสร้างสรรค์, ความสามารถฉลาดทั่วไป

ท้ายสุดในเรื่องของปัญญาประดิษฐ์มี 4 ประเภท คือ (1).เน้นกลไกความคิด (2).เน้นผลลัพธ์ที่ได้ ประพฤติถูกต้อง (3).เน้นการได้ผลดีในภาพรวม และ (4).เน้นการมีเหตุผลในทุกขั้นตอน ข้อสังเกต: บางครั้งเราสามารถสร้างเครื่องที่กระทำคล้ายมนุษย์ โดยไม่ต้องคิดเหมือนมนุษย์ และบางครั้งสิ่งที่เราสร้างก็กระทำได้ดีจนหลอกมนุษย์ให้คิดว่ามันเป็นมนุษย์ได้

วิทยาการข้อมูล หรือวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Science) คือข้อมูลที่เป็นแบบสหวิทยาการที่มีการใช้ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์, กระบวนการ, อัลกอริทึม และระบบ เพื่อดึงความรู้และข้อมูลเชิงลึกจากข้อมูลที่มีโครงสร้างและไม่มีโครงสร้าง วิทยาการข้อมูลเป็นแนวคิดเดียวกับเหมืองข้อมูล (Data Mining) และข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ใช้ฮาร์ดแวร์ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ใช้ระบบการเขียนโปรแกรมที่ทรงพลังมากที่สุด และใช้อัลกอริธึมที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการแก้ปัญหาด้วย

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

BannerWeb_CIOworld_3
Fortinet Security Fabric
CEBIT 300x250

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget
communication

Categories

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com